สำนักงาน กสทช.เขต 32 ร่วมกับส่วนบังคับใช้กฎหมายฯ สำนักงานกสทช.ภาค3(เชียงใหม่) เดินทางไปปฎิบัติงานตามมาตรา 18 แห่ง พรบ.วิทยุคมนาคม ร่วมกับ ภภ.3 ส่วนบังคับกฎหมายฯ เพื่อตรวจค้นจับกุม กรณีใช้คลื่นความถี่ และ มี ใช้ เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่ตำบลหนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้เชิญตัวผู้ต้องหา 1 ราย ยึดเครื่องวิทยุคมนาคม ชนิดมือถือจำนวน 10 เครื่อง นำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นายไตรรัตน์ กล่าวอีกว่า เครื่องวิทยุคมนาคมเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตนำเข้า มีใช้ และติดตั้งสถานี หากมีการละเมิดต้องได้รับโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่าการจับกุมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับประเด็นม็อบหรือไม่
นายไตรรัตน์ ตอบว่า กสทช.มีหน้าที่รักษากฎหมาย หากผู้ค้าและผู้ใช้ทำถูกต้องตามกฎหมาย ก็สามารถใช้งานได้ไม่ว่าจะเป็นใคร โดยหากประชาชนหรือร้านค้าไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นเครื่องวิทยุคมนาคม อะไรต้องได้รับอนุญาต สามารถสอบถามได้ที่ 1200 ฟรี.
นายสมคิด นาคะพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กสทช. เขต 41 ระบุว่า ในการติดตามตรวจสอบหรือการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ลักลอบใช้วิทยุสื่อสารนั้นประกอบด้วย ร้านค้าที่จำหน่ายจะมีการบังคับใช้กฎหมายจับกุมอย่างเด็ดขาด ส่วนที่ 2 คือกลุ่มคนใช้งาน โดยเฉพาะกลุ่มของผู้ที่ใช้งานนั้น ก็แยกออกเป็น 2 ส่วนอีก คือ ส่วนที่ซื้อมาใช้โดยที่ไม่รู้ เราก็ได้มีการเรียกสร้างความรู้ความเข้าใจ สุดท้ายคือเขาก็ไม่ซื้อแล้ว แต่อีกกลุ่มคือรู้ว่าผิดกฎหมายแต่เห็นว่าราคาถูก ซึ่งอันนี้ถือเป็นความเสี่ยง การแก้ปัญหาก็คงต้องเป็นการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนโทษนั้นก็เป็นโทษทางอาญา มีทั้งจำทั้งปรับจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท








