กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าที่ถูกส่งต่อกันอย่างกว้างขวางในแวดวงข้าราชการและรัฐวิสาหกิจระดับสูง เมื่อมีรายงานข่าวไม่เป็นทางการระบุว่า ผู้บริหารระดับสูงตำแหน่ง “รองผู้ว่าการ” ของหน่วยงานด้านพลังงานไฟฟ้าแห่งหนึ่ง กำลังตกเป็นเป้าสายตาเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับผู้ใต้บังคับบัญชาใกล้ชิด
แหล่งข่าววงในเผยว่า เรื่องดังกล่าวเริ่มหนาหูขึ้นภายในองค์กร หลังมีการสังเกตเห็นพฤติกรรมและการใช้ชีวิตประจำวันที่ดูใกล้ชิดเกินขอบเขตงาน จนนำไปสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมและจริยธรรมในการครองตนในฐานะผู้บริหารระดับสูง ซึ่งต้องเป็นแบบอย่างที่ดีแก่บุคลากร ไม่เพียงแต่เรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังมีกระแสตั้งคำถามไปถึงการใช้อำนาจหน้าที่ และความเที่ยงธรรมในการบริหารงานภายในหน่วยงาน ว่าได้รับผลกระทบจากความสัมพันธ์ดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการจับกลุ่มพูดถึงในวงกว้าง และอาจกลายเป็นประเด็นที่บอร์ดบริหารหรือหน่วยงานตรวจสอบต้องหันมาให้ความสนใจ
อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากต้นสังกัด และยังคงเป็นเพียงกระแสข่าวลือที่รอการพิสูจน์ ทั้งนี้ ประชาชนและบุคลากรในแวดวงพลังงานควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร จนกว่าจะมีความชัดเจนหรือผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงปรากฏออกมา ล่าสุดบินไปสัมพันธ์ลับกันถึงเมืองจีน ไว้ติดตามตอนต่อไป…

พฤติกรรมชู้สาวผิดจรรยาบรรณและวินัยของการ XXX โดยเข้าข่าย “การประพฤติผิดวินัยร้ายแรง” ตามข้อบังคับ XXX ว่าด้วยระเบียบพนักงาน พ.ศ. 2517 ถือเป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงองค์กรและมลทินมัวหมอง ซึ่งอาจถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงและมีโทษขั้นสูงสุดคือให้ออกหรือไล่ออกได้
รายละเอียดความผิดตามระเบียบ XXX
- ผิดจรรยาบรรณและวินัยร้ายแรง: พฤติกรรมที่ผิดศีลธรรมอันดีจนทำให้เสียมลทินมัวหมอง หรือเสียหายต่อองค์กร ถือเป็นข้อต้องห้าม
- แนวทางการสอบสวน: หากการกระทำนั้นมีมลทินมัวหมอง หรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งส่งผลเสียหายต่อ XXX ผู้บริหารสามารถสั่งให้พ้นตำแหน่งหน้าที่ได้
-
หากพบพฤติการณ์ดังกล่าว ผู้บังคับบัญชาจะมีอำนาจตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และดำเนินการทางวินัยตามข้อบังคับฯ พ.ศ. 2517 อย่างร้ายแรงต่อไป






