วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
หน้าแรกทั่วไป“กัมพูชา” อ้างสิทธิมนุษยชน ส่งหนังสือร้อง “สวีเดน” ทบทวนขาย “กริพเพน” ให้กองทัพไทย หวั่นใช้รุกรานกัมพูชา

“กัมพูชา” อ้างสิทธิมนุษยชน ส่งหนังสือร้อง “สวีเดน” ทบทวนขาย “กริพเพน” ให้กองทัพไทย หวั่นใช้รุกรานกัมพูชา

อ่านข่าวนี้กดที่นี่
สำนักข่าวเฟรช นิวส์ สื่อกัมพูชา รายงานว่า นายแก้ว เรมี ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งกัมพูชา (CHRC) ได้ส่งจดหมายอย่างเป็นทางการถึงนายเฟรดริก มาล์มเบิร์ก ผู้อำนวยการสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งสวีเดน เรียกร้องให้ทบทวนข้อตกลงการขายเครื่องบินขับไล่ Gripen (E/F) ให้กับประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงหลักการด้านสิทธิมนุษยชนและความมั่นคงในภูมิภาค
นายแก้ว เรมี ได้แสดง ความกังวลอย่างสุดซึ้งต่อข้อตกลงขายเครื่องบินขับไล่ Gripen ให้กับกองทัพไทย โดยให้เหตุผลว่า ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน การขายอาวุธดังกล่าวไม่เพียงแต่จะบ่อนทำลายสันติภาพและความมั่นคง แต่ยังมีความเสี่ยงร้ายแรงที่เครื่องบินจะถูกนำไปใช้ในการรุกรานกัมพูชา ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อพลเรือนและคุกคามอธิปไตยของชาติ
นอกจากนี้ในจดหมายระบุว่า ในอดีตเคยมีเหตุการณ์ที่เครื่องบินของกองทัพไทยถูกนำมาใช้ในลักษณะที่สร้างความเสียหายอย่างน่าสลดใจต่อพลเรือนชาวกัมพูชา การอนุมัติการซื้อขายในครั้งนี้จึงเสี่ยงที่จะเป็นการเปิดทางให้กองทัพไทยสร้างประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
ขณะเดียวกัน CHRC ยังได้อ้างถึงกฎบัตรสหประชาชาติ อนุสัญญาเจนีวา และกฎหมายระหว่างประเทศอื่นๆ ที่เรียกร้องให้รัฐต่างๆ หลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจเอื้ออำนวยต่อการรุกรานหรือบ่อนทำลายสันติภาพในภูมิภาค โดยชี้ว่าการเป็นพันธมิตรด้านกลาโหมกับไทย อาจทำให้สวีเดนถูกมองว่าไม่ได้เป็นกลางทางการค้า แต่เป็นการ ส่งเสริมให้เกิดการยกระดับความขัดแย้งทางการทหารและการรุกรานที่สร้างความทุกข์ทรมานแก่มนุษย์
CHRC ย้ำว่าชื่อเสียงของสวีเดนในการปกป้องสิทธิมนุษยชนเป็นที่ยอมรับอย่างสูงทั่วโลก โดยเฉพาะในกัมพูชา การขายยุทโธปกรณ์ที่อาจก่อให้เกิดสงครามจึงขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงต่อจุดยืนที่สวีเดนยึดถือมาตลอด CHRC เรียกร้องให้สวีเดนใช้นโยบายการค้าอาวุธโดยไม่คำนึงถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตั้งอยู่บนพันธสัญญาที่แท้จริงต่อสิทธิมนุษยชน สันติภาพ และการป้องกันความทุกข์ยาก
สำหรับ 3 ข้อเรียกร้องหลักถึงสถาบันสิทธิมนุษยชนสวีเดน มีดังนี้
1.คัดค้านอย่างแข็งขัน ต่อการขายเครื่องบินขับไล่ Gripen (E/F) ให้กับประเทศไทยภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน
2.กระตุ้นให้รัฐบาลสวีเดนทบทวนและพิจารณาการขายใหม่ รวมถึงดำเนินการประเมินความเสี่ยงบนพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างโปร่งใสและถี่ถ้วนตามพันธกรณีของกฎหมายระหว่างประเทศ
3.สนับสนุนกลไกสันติวิธี เพื่อแก้ไขข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา โดยปราศจากการยกระดับความขัดแย้งทางทหาร
ในตอนท้าย จดหมายยังได้เรียกร้องให้สถาบันฯ ช่วยสนับสนุนการเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ยังคงถูกควบคุมตัวในไทยโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข โดยอ้างว่าทหารเหล่านั้นถูกกองทัพไทยจับกุมอย่างผิดกฎหมาย

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์