เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2565 ผมได้ไปเป็นประธานเปิดงาน “สงกรานต์โคราช แห่พระคันธารราฐ ลอดซุ้มประตูเมือง” ประจำปี 2565 มีหัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนภาคส่วนต่างๆ ประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา และนักท่องเที่ยวมาร่วมงานและร่วมกันประกอบพิธีแห่พระคันธารราฐรอบเมือง และลอดซุ้มประตูเมืองนครราชสีมา เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาและนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน ได้มาสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลรับเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2565 ได้มีการอัญเชิญพระคันธารราฐ หรือ พระปางขอฝน พระพุทธรูปสำคัญซึ่งประดิษฐานที่วิหารหลวงวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร แห่ผ่านถนนสายต่าง ๆ ในเมืองไปยังลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และประดิษฐานชั่วคราว ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามเพื่อความเจริญรุ่งเรือง และได้กราบสักการะ-สรงน้ำขอพร ในช่วงการจัดงานประเพณีสงกรานต์ย้อนยุคของจังหวัดฯ หลังจากนั้นได้ทำพิธีแห่พระคันธารราฐ ลอดซุ้มประตูชุมพล ซึ่งเป็นประตูเข้าสู่เมืองนครราชสีมา กลับไปยังวิหารหลวงที่วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหารตามเดิมพิธีอัญเชิญพระคันธารราษฎร์ แห่ลอดประตูชุมพลซึ่งการลอดประตูชุมพล เป็นเอกลักษณ์ของเมืองโคราช ประชาชนนิยมกราบไหว้พระคันธารราษฎร์ เพื่อขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล จึงเรียกชื่ออีกอย่างว่า “พระขอฝน” วัฒนธรรมประเพณีเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ในการยึดโยงความรักความสามัคคี ความภาคภูมิใจของคนในชาติเป็นสิ่งที่หาได้ยาก ซึ่งบรรพบุรุษได้รักษา มรดกทางวัฒนธรรมมานับเป็น 100 ปี พันปี เวลาหวนกลับไปไม่ได้ครับ คุณค่าทางวัฒนธรรมเลยเป็น Soft Power ที่มีคุณค่า มีประโยชน์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว และการสร้างความรักความสามัคคี วันสงกรานต์เป็นประเพณีที่สำคัญ เพราะเป็นวันปีใหม่ของคนไทยมาแต่อดีต จนกระทั้งปี 2484 ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี จึงเปลี่ยนมาเป็นวันที่ 1 ม.ค. แต่เราก็ยังคงรักษาประเพณีวันสงกรานต์เป็นวันปีใหม่ไทยได้มาจนถึงทุกวันนี้ และไม่ใช่แค่วันสงกรานต์อย่างเดียว แต่ได้มีการประกาศให้เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง คือ วันผู้สูงอายุแห่งชาติ ซึ่งเริ่มต้นเมื่อ 13 เม.ย. 2526 ในสมัยที่ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นการแสดงออกให้ความสำคัญต่อผู้สูงอายุ ร่มโพธิ์ร่มไทร ให้กับครอบครัวไทยอีกด้วย นอกจากวันสงกรานต์และวันผู้สูงอายุแห่งชาติแล้ว ต่อมาในสมัย ฯพณฯ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้เริ่มต้นให้วันที่ 14 เม.ย. เป็นวันครอบครัว ตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย. 2533 เป็นต้นมา เพื่อให้ความสำคัญกับครอบครัวที่เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ของประเทศนี่คือ ความยิ่งใหญ่ของสถาบันครอบครัวคนไทย ที่ได้รักษาเอาไว้มาตลอด 1 ปีที่ผ่านมาพวกเราได้ต่อสู้กับวิกฤติต่างๆ ในประเทศไทยที่เกิดขึ้นทั้งวิกฤติโควิดและวิกฤติเศรษฐกิจ แต่พวกเราก็ฝ่าฟันกันมาได้ เพราะคนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน ช่วยกันระดมความร่วมมือช่วยเหลือกันอย่างยิ่ง จนทำให้พี่น้องประชาชนได้มีกำลังใจในการต่อสู้กับวิกฤติกันมาได้ วันหยุดสงกรานต์หลายวันครับ ผมอยากให้พวกเราอยู่กับครอบครัวและชาร์ตพลัง ทำบุญ ทำกุศล อยู่ร่วมกัน เพื่อที่จะชาร์ตไฟให้ตัวเอง ให้มีพลังพร้อมที่จะกลับมาปฏิบัติหน้าที่ให้ตนเองมีพลัง เมื่อตนเองมีพลัง ครอบครัวของเราก็จะก็มีพลัง ทุกครอบครัวมีพลัง ก็จะเป็นเป็นพลังของจังหวัด เป็นพลังของประเทศ ในการที่จะฝ่าฟันวิกฤตต่อไปครับ สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ เดินทางขอให้ปลอดภัยทุกท่านนะครับ สวัสดีครับ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ













