กรุงเทพฯ — 05 ตุลาคม 2569 กระทรวงแรงงาน ผู้สื่อข่าว สำนักข่าวคชสีห์นิวส์ รายงานความคืบหน้ากรณีอื้อฉาวในวงการสาธารณสุขและแรงงาน หลังมีการเปิดโปงขบวนการทุจริตครั้งใหญ่ โดยพบพฤติการณ์ของโรงพยาบาลเอกชนบางแห่ง ร่วมมือกับบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวชื่อดัง แอบอ้างและลักลอบซื้อขายใบรับรองแพทย์ตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าว โดยไม่มีการจัดส่งแรงงานมาตรวจโรคจริง เพื่อใช้เป็นเอกสารทางลัดในการยื่นขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) หวังลดต้นทุนและยื่นเรื่องให้ทันตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
จากการสืบสวนและลงพื้นที่ตรวจสอบโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ร่วมกับกระทรวงแรงงาน พบข้อมูลสอดคล้องกันว่า มีสถานพยาบาลเอกชนบางแห่งอาศัยช่องโหว่ในการออกเอกสารผลตรวจโรค ทั้งที่ไม่มีการเจาะเลือด เอกซเรย์ปอด หรือตรวจปัสสาวะเพื่อหาโรคต้องห้าม 6 โรคตามกระบวนการจริง โดยมีรายงานว่า ขบวนการนี้มีการคิดค่าหัวในการออกเอกสารเท็จเฉลี่ยรายละหลายร้อยบาท ซึ่งส่งผลให้มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากผ่านกระบวนการขึ้นทะเบียนไปอย่างผิดกฎหมาย เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดต่อร้ายแรงที่อาจหลุดรอดเข้าสู่ชุมชนและสถานประกอบการไทย

เบื้องต้น ทางหน่วยงานภาครัฐได้สั่งยกระดับมาตรการควบคุมและลงโทษอย่างเด็ดขาด ดังนี้
สั่งระงับและเพิกถอนใบอนุญาต: กรมการจัดหางาน ได้ประสานข้อมูลสถานพยาบาลที่เข้าข่ายกระทำความผิดเพื่อเตรียมเพิกถอนสิทธิ์ในการตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าวทันที ขณะที่ สบส. กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นสั่งปิดสถานพยาบาล
เอาผิดแพทย์ผู้ลงนาม: เตรียมส่งรายชื่อแพทย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเซ็นใบรับรองแพทย์ปลอมให้แก่แพทยสภา เพื่อพิจารณาโทษทางจริยธรรมและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เนื่องจากเข้าข่ายความผิดอาญาฐานออกเอกสารอันเป็นเท็จ
ดำเนินคดีบริษัทนำเข้าและนายจ้าง: สำหรับบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวที่เป็นตัวการร่วม จะถูกดำเนินคดีอาญาฐานปลอมและใช้เอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการปลอม มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกระงับสิทธิ์ในการนำเข้าแรงงานในอนาคต





