วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 8, 2026
หน้าแรกการเมืองประธานรัฐสภา ย้ำ “ธรรมภิบาล” ต้องอยู่บนหลักการที่เที่ยงธรรม สุจริต โปร่งใสตรวจสอบได้

ประธานรัฐสภา ย้ำ “ธรรมภิบาล” ต้องอยู่บนหลักการที่เที่ยงธรรม สุจริต โปร่งใสตรวจสอบได้

- 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

29 ม.ค. 65.- นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า ให้เกียรติบรรยาย เรื่อง “ธรรมาภิบาล ภาคปฏิบัติ” ในหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง รุ่นที่ 14 (มส.14) ณ อาคารทรงกลม โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ.ในการนี้ ประธานรัฐสภา กล่าวถึง “หลักธรรมาภิบาล” หรือ “การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี” มาจากคำว่า “Good Governance” ในภาษาอังกฤษ ส่วนคำในภาษาไทย เพิ่งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2540โดยเป็นผลจากการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศไทยที่เรียกว่า “ต้มยำกุ้ง” อันเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง สาเหตุหลักของวิกฤตครั้งนั้นมาจากการบริหารองค์กรและบ้านเมืองอย่างขาดหลักธรรมาภิบาล การดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดในหลายด้านก่อความเสียหายแก่ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ รวมไปถึงภาคเอกชนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเงินของไทยทั้งที่เป็นภาคธนาคารและสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร นำไปสู่ความสูญเสียทุนสำรองจนเกือบหมดสิ้น รัฐบาลในขณะนั้นได้ขอเข้ารับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เพื่อเสริมทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ แต่สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น จนรัฐบาลต้องลาออกไป และตนก็ได้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2540 เพื่อแก้ปัญหาทั้งเฉพาะหน้าและปัญหาระยะยาวของประเทศต่อไป .ประธานรัฐสภา ยังกล่าวต่อว่าภายหลังจากการเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งดังที่กล่าวมานั้น ทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่าสมควรที่จะต้องกำหนดนโยบายและวางระเบียบปฏิบัติราชการ รวมทั้งภาคเอกชน เพื่อให้การจัดระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก หลักธรรมาภิบาลจึงเป็นหลักเกณฑ์ที่มีความสำคัญประการหนึ่ง เนื่องจากเป็นหลักการบริหารงานที่ตั้งมั่นอยู่บนหลักการที่เที่ยงธรรม สุจริต โปร่งใสตรวจสอบได้ และมีความรับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทำ พร้อมตอบคำถามหรือตอบสนองต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และพร้อมรับผิด การยึดหลักเช่นนี้จะทำให้ผู้ปกครองคำนึงถึงการมีส่วนร่วมในการรับรู้และตัดสินใจ ในการดำเนินงาน เพราะธรรมาภิบาลเป็นทั้งหลักการ กระบวนการ และเป็นเป้าหมายในตัว จึงมีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 โดยมีหลักสำคัญอย่างน้อย 6 ประการ .1.หลักนิติธรรม 2.หลักคุณธรรม 3. หลักความโปร่งใส 4.หลักความมีส่วนร่วม 5.หลักความรับผิดชอบ 6.หลักความคุ้มค่า และ“หลักความไม่เกรงใจ” เพราะประเทศไทยเคยชินกับคำว่าเกรงใจ จนบางครั้งยอมกระทำในสิ่งที่ผิด ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าไม่ถูกต้อง แต่ยังกระทำเพราะความเกรงใจ นอกจากนั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ฉบับปัจจุบัน ได้ปรากฏคำว่า “ธรรมาภิบาล” ในคำปรารภ และในมาตรา 65 เรื่องการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นได้ว่าแม้สภาพสังคม เศรษฐกิจ วิถีชีวิตของคนในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่หลักธรรมาภิบาลก็ยังคงมีความสำคัญในการบริหารประเทศ หรือการบริหารในระดับองค์กรอยู่เสมอ.ปัจจุบันสังคมไทยกำลังประสบวิกฤตด้านธรรมาภิบาล และคุณธรรมอย่างมาก สังคมเกิดความแตกแยก มีการใช้กำลังทำร้ายกันอย่างไร้มนุษยธรรม มีการฉ้อราษฎร์บังหลวงเป็นที่ประจักษ์ในทุกระดับ ทั้งในวงราชการและภาคเอกชน มีรูปแบบการทุจริตที่เปลี่ยนแปลงไป มีลักษณะที่ซับซ้อนยากต่อการตรวจสอบ สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือ สังคมไทยมีทัศนคติที่ยอมรับและมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา จนมีคำกล่าวที่ว่า “โกงกินบ้างก็ไม่เป็นไร ขอให้มีผลงานก็พอ” หลักธรรมาภิบาล มีความสำคัญเป็นอย่างมากที่ต้องช่วยกันปลูกฝังให้ทุกคนได้ตระหนักถึง เพื่อมิให้คนในสังคมไทยมีทัศนคติที่มองว่าการทุจริตคอร์รัปชันในทุกวงการเป็นเรื่องธรรมดาที่ยอมได้ แต่หากต้องมองว่าการทุจริต คือสิ่งที่ผิดปกติ ผิดกฎหมายและไม่อาจที่จะให้คนในสังคมยอมรับในการทุจริตได้ เพราะจะทำให้เกิดวังวนแห่งการทุจริตที่ไม่จบสิ้น.ประธานรัฐสภายังย้ำว่า การที่ผู้ปกครองหรือผู้บริหารประเทศนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในภาคปฏิบัติให้เกิดผล มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงอยู่ของระบอบประชาธิปไตยและความสงบเรียบร้อยในสังคม เนื่องจากความมีอิสรภาพ เสรีภาพและความเสมอภาคของประชาชนอันเป็นหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตยมีความเสี่ยงที่จะถูกล่วงละเมิดให้เกิดความเหลื่อมล้ำได้อยู่เสมอ หากผู้ปกครองหรือผู้บริหารประเทศไม่มีคุณธรรม จริยธรรม ไม่มีธรรมาภิบาล ประกอบกับประชาชนก็ไม่รู้หน้าที่ของตนเองที่มีต่อส่วนรวม สังคมก็จะไร้ระเบียบและเกิดความวุ่นวายได้ ฉะนั้นขอฝากข้อคิดไว้ว่า ส่วนหนึ่งพวกเราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการยึดหลักธรรมาภิบาล และนำไปใช้ในภาคปฏิบัติ และขอให้ทุกคนช่วยกันส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักธรรมมาภิบาลทั้ง 6 ประการ รวมถึงหลักความไม่เกรงใจ ไม่นิ่งเฉยต่อการทุจริตในทุกรูปแบบ หรือการฝ่าฝืนต่อกฎหมายบ้านเมือง เพียงเท่านี้ ผมคิดว่าจะยังให้เกิดความปกติสุขในบ้านเมืองและช่วยให้ระบอบประชาธิปไตยอยู่คู่กับสังคมไทยไปอย่างยาวนาน

#เอมหาชัย
#เอมหาชัยhttps://www.kochasrinews.com
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์