วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 8, 2026
หน้าแรกการเมือง"เสรีพิศุทธ์" เตรียมหลักฐาน ดำเนินคดีกับ กกต. ชี้ทำงานแจกใบเหลืองล่าช้า ส.ส.ลำปาง พชปร. ซื้อเสียง เพื่อประวิงเวลา และเอื้อประโยชน์พรรคใดพรรคหนึ่ง

“เสรีพิศุทธ์” เตรียมหลักฐาน ดำเนินคดีกับ กกต. ชี้ทำงานแจกใบเหลืองล่าช้า ส.ส.ลำปาง พชปร. ซื้อเสียง เพื่อประวิงเวลา และเอื้อประโยชน์พรรคใดพรรคหนึ่ง

- 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

“เสรีพิศุทธ์” เตรียมรวบรวมหลักฐาน ดำเนินคดีกับ กกต. กรณีให้ใบเหลือง “วัฒนา สิทธิวัง” ส.ส.ลำปาง พปชร. เหตุซื้อเสียง ชี้ทำงานล่าช้า เอื้อประโยชน์พรรคใดพรรคหนึ่ง

พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมรองหัวหน้าพรรค กล่าวถึง กรณี กกต. มีคำวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งซ่อมลำปางเขต 4 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม จึงมีความเห็นส่งเรื่องให้ศาลฎีกา โดยให้ใบเหลืองไว้ก่อน ซึ่งเป็นกรณีที่ผู้สมัครคนเดิมยังลงแข่งขันได้ ถ้าเทียบกับกรณีของผู้สมัครที่เชียงใหม่ก็อยากให้ศาลฎีกาตัดสินให้เข้มขึ้น เนื่องจากเป็นเรื่องซื้อเสียงที่ชัดเจน

โดยการเลือกครั้งนั้น พรรคอนาคตใหม่ และเพื่อไทย ลงสมัครแข่งขันไม่ได้ เสรีรวมไทยจึงเป็นพรรคเดียวของฝ่ายค้าน ซึ่งตนลงพื้นที่หาเสียงร่วมกับผู้สมัครโดยตลอด และไม่เคยเห็น นายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่หาเสียงเลย และในระหว่างหาเสียงก็มีประชาชนแจ้งว่ามีการแจกเงินกันแล้ว ตนจึงขอความร่วมมือว่าให้ช่วยกันจับทุจริต เนื่องจากสมัยนี้มีมือถือที่ใช้บันทึกได้ และขอให้ส่งมา จะช่วยกันดูแลความปลอดภัยให้ ปรากฏว่ามีผู้ถ่ายคลิปเมื่อมีคนมาแจกเงินและขอให้เลือกเบอร์ 1 อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีวิธีการซื้อเสียงที่มีการจดเลขบัตรประชาชน และรับเงินเป็นขั้นตอน โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้จัดแจง ดังนั้น กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา ควรรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วย

พรรคเสรีรวมไทย ยังได้ข้อมูลว่า มีการซื้อผู้สมัครไม่ให้ลงเลือกตั้ง ซื้อหน่วยเลือกตั้ง มีการนับคะแนนผิด มีประชาชนเปิดเพจต่อต้านการเลือกตั้ง แต่ถูกค้นบ้านโดยอ้างว่าเป็นผู้ติดยาเสพติด นอกจากนั้น ยังมี สจ. 3 คน มาพบหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มีชายกลุ่มหนึ่งนำกล่องคาดว่าใส่เงินมา เมื่อตำรวจขอ กลับถูกผู้บังคับบัญชาถามว่าจะต่อต้านการซื้อเสียงหรือ ซึ่งตนได้รวบรวมพยานหลักฐานและไปแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต. และตนได้ไปให้การ แต่ปัญหาคือ กกต. กลับเรียกสำนวนไปสอบสวนเอง

หลังจากนั้นได้รวบรวมข้อมูล และขอพบ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากรณ์ หรือ ผู้ว่าหมูป่า ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางในขณะนั้น เพื่อขอให้ย้ายนายอำเภอ แต่ผู้ว่าฯ อ้างว่าป่วย เข้าโรงพยาบาล จึงมองว่าผู้ว่าหมูป่าสร้างภาพอย่างเดียว เมื่อถึงเวลาคับขันกลับไม่ทำอะไร กระทั่งถึงเวลาสอบสวน กกต. มีอำนาจที่จะยับยั้งการประกาศไว้ได้ หากมีการร้องเรียน กลับรีบประกาศให้นายวัฒนา เป็น ส.ส.

ทั้งนี้ การสอบสวนของ กกต.มีระยะเวลา 1 ปี แต่ครั้งนี้วินิจฉัย 1 ปี 4 เดือน ซึ่งตนมองว่ามีการประวิงเวลามาตลอด สร้างความเสียหายแก่รัฐ ดังนั้นตนจะรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับ กกต. เนื่องจากไม่ดำเนินการตามขั้นตอน และขอตำหนิ กกต. ว่าไม่รู้ได้อย่างไรว่าเงินที่ซื้อเสียงมาจากไหน

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์