สัปดาห์นี้มีไฮไลท์สำคัญคือการที่กองทุน Grayscale Bitcoin Trust ซึ่งเป็นนักลงทุนใน Bitcoin รายใหญ่ของโลก กำลังจะปลดล๊อกให้นักลงทุนทั้งรายย่อยและสถาบันที่เข้ามาลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ โดยลดระยะเวลาการถือครองขั้นต่ำจาก 1 ปีเหลือ 6 เดือน
โดย Bitcoin จำนวน 16,240 BTC หรือมูลค่าประมาณ 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯจะถูกปลดล๊อกออกมาเป็นกลุ่มแรก ทำให้เกิดความกังวลว่าแรงเทขายอาจจะส่งผลกระทบต่อราคาในกระดาน
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์จากหลายสำนักมองว่าผลกระทบต่อตลาดอาจจะมีไม่มากนัก แม้ว่าราคาที่เกิดขึ้นตอนที่นักลงทุนบางกลุ่มเข้าซื้อในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ หากเทียบกับราคาในปัจจุบันอาจจะ “ขาดทุน” แต่เชื่อว่าผู้ลงทุน
ส่วนใหญ่ใน Grayscale Bitcoin Trust คือนักลงทุนระยะยาว และหนึ่งในนั้นน่าจะมี Ark Invest ซึ่งเป็น ETF ชื่อดังที่นิยมลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็นอนาคตใหม่ของโลก
อย่างไรก็ตามไม่อาจจะคาดเดาความคิดของผู้ลงทุนได้ทั้งหมดและการที่กองทุนปรับลดระยะเวลาในการมีสิทธิขายหน่วยลงทุนได้เร็วขึ้นอาจเป็นส่วนหนึ่ง
ที่ทำให้ตลาดมีความผันผวนมากขึ้นในอนาคต
Janet Yellen รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เรียกหน่วยงานกำกับด้านการเงินของสหรัฐฯมาหารือเรื่องของผลกระทบในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นจาก Stablecoins ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังศึกษาและออกกฎหมายควบคุมการเกิดขึ้นของ Stablecoins เช่นกัน
Michael Saylor ซีอีโอของ MicroStrategy ออกมายืนยันว่าจะไม่มีการขาย Bitcoin ที่ถือในนามบริษัทและส่วนตัวออกไปแน่นอนไม่ว่าราคาจะเปลี่ยนแปลงไปทางใด ขณะที่มีรายงานออกมาว่าจำนวน Nodes ในเครือข่าย Bitcoin
พุ่งทะลุ 13,000 Nodes ซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
ขณะที่ Glassnode ระบุว่าค่า Hash Rate ของ Bitcoin ที่หายไปในช่วงที่มีการปิดเหมืองขุดที่ประเทศจีนได้คืนกลับมาแล้ว 29%
Visa อนุมัติบัตรเดบิตที่สามารถนำ Bitcoin มาใช้จ่ายตามร้านค้าทั่วไปได้เป็นครั้งแรกในประเทศออสเตรเลีย ส่วน PayPal เพิ่มวงเงินการใช้สกุลเงินดิจิทัล
ในการใช้จ่ายเพิ่มเป็น 3 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับ
ลูกค้า
#ภาพข่าวBitazza #เศรษฐกิจคชสีห์








