วันพุธ, พฤศจิกายน 4, 2026
หน้าแรกทั่วไปสมุทรปราการ  สตม. แทคทีม กรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ ปิดน่านฟ้า ล่าขบวนการพ่อไทยทิพย์ รวบ 2 เครือข่าย

สมุทรปราการ  สตม. แทคทีม กรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ ปิดน่านฟ้า ล่าขบวนการพ่อไทยทิพย์ รวบ 2 เครือข่าย

- 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

สมุทรปราการ  สตม. แทคทีม กรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ ปิดน่านฟ้า ล่าขบวนการพ่อไทยทิพย์ รวบ 2 เครือข่าย สวมสัญชาติไทยให้ลูกชาวจีน พบพ่อจีนหนีคดีฉ้อโกง–ฟอกเงิน มูลค่า 2,500 ล้านบาท

เมื่อเวลา 9.30น.วันที่ 4 พ.ย.2569  ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พร้อมด้วยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี    รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นายวิฑูรย์  สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง นายธนศักดิ์  สุขรัตนไชยกุล เลขานุการกรมการปกครอง พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2  พล.ต.ต.เดโช โสสุวรรณากุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 และ พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ  ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4  สนธิกำลังกรมการปกครอง DOPA N.I.C.E เปิดปฏิบัติการ “ปิดน่านฟ้า ล่าขบวนการพ่อไทยทิพย์” ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังสืบพบขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร ใช้ชายไทยรับรองเป็นบิดาเด็กที่มีพ่อแม่ชาวต่างชาติ เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ

คดีแรก วันที่ 25 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสนามบินสุวรรณภูมิ พบ นายรัฐพล อายุ 40 ปี

สมุทรปราการ  สตม. แทคทีม กรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ ปิดน่านฟ้า ล่าขบวนการพ่อไทยทิพย์ รวบ 2 เครือข่าย

ชาวไทย เดินทางพร้อม นางหยิงเสวีย อายุ 26 ปี ชาวจีน และเด็กชายวัย 8 เดือน ซึ่งถือสัญชาติไทย แต่ทั้งคู่มีพิรุธและไม่สามารถให้รายละเอียดชีวิตครอบครัวได้ชัดเจน

จากการสืบสวนพบว่า บิดาที่แท้จริงคือ นายไห่เทา อายุ 32 ปี ชาวจีน ทำงานเกี่ยวกับบริษัทคอนเทนต์ครีเอเตอร์  ซึ่งมีหมายจับจากประเทศจีนในคดีฉ้อโกง อ้างเป็นนายหน้าหลอกฝากเด็กเข้าโรงเรียน โดยตำรวจพบหลักฐานเชื่อว่า นายไห่เทาและนางหยิงเสวีย วางแผนมาคลอดบุตรในไทย ก่อนให้นายรัฐพลรับรองเป็นบิดาเพื่อให้เด็กได้สัญชาติไทย ตำรวจจึงขอศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับทั้ง 3 ราย ในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ตามความผิดเกี่ยวกับการแจ้งข้อความเท็จและใช้หลักฐานเท็จทางทะเบียนราษฎร ก่อนติดตามจับกุมได้ทั้งหมด

คดีที่สอง วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสุวรรณภูมิ พบ นางเซียงจุน อายุ 31 ปี ชาวจีน เตรียมเดินทางออกนอกประเทศพร้อมลูกชายวัย 2 ปี โดยหญิงรายนี้ถือวีซ่าอุปการะบุตรไทย ตรวจสอบพบว่าเด็กมี สูติบัตร 2 ฉบับ ฉบับแรกระบุเป็นเด็กสัญชาติไทย มี นายฉัตรมงคล อายุ 26 ปี เป็นบิดา และ นางทองสม อายุ 53 ปี เป็นผู้รับรองการเกิด ส่วนอีกฉบับระบุเป็นเด็กต่างชาติ มี นายเยี่ยมจุม อายุ 32 ปี ชาวจีน เป็นบิดา โดยใช้หนังสือรับรองการเกิดของโรงพยาบาลที่ถูกปลอมขึ้นทั้งฉบับ จากการสืบสวนพบว่า นายฉัตรมงคลไม่ใช่บิดาที่แท้จริง แต่เป็นนายเยี่ยมจุม ตำรวจจึงขอศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 4 ราย ได้แก่ นายเยี่ยมจุม นางเซียงจุน นายฉัตรมงคล และนางทองสม ในข้อหาเกี่ยวกับการใช้หลักฐานเท็จและแจ้งข้อความเท็จทางทะเบียนราษฎร

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า นายเยี่ยมจุม มีหมายจับจากตำรวจจีนในคดีเกี่ยวกับบัญชีและฟอกเงิน เชื่อมโยงบัญชีกว่า 133 บัญชี มูลค่าความเสียหายประมาณ 500 ล้านหยวน หรือ 2,500 ล้านบาท ขณะที่ด้านกรมการปกครองได้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นายวิวัธชัย เจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนแจ้งเกิดในพื้นที่ภาคอีสาน พร้อมมีความเห็นให้ออกจากราชการไว้ก่อน

สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลขบวนการใช้ “พ่อไทยทิพย์” สวมสิทธิให้เด็กต่างด้าวได้รับสัญชาติไทย โดยพบความเชื่อมโยงกับชาวจีนที่มีหมายจับในต่างประเทศ และการใช้เอกสารราชการอันเป็นเท็จเพื่อให้ได้สิทธิทางทะเบียนโดยมิชอบ

ส่วนอีกคดี ตม.หนองคายรวบชายชาวจีนขนยานรก 5 กก. ริมโขง พบก่อคดีอุ้มฆ่า 3 ศพจากดูไบหนีซุกไทย

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน สตม. แถลงผลการปฏิบัติการ ตม.หนองคาย สนธิกำลัง ทหารพราน เข้าจับกุม นายหวาน ชาวจีน ขณะลักลอบข้ามแดนจากลาวเข้าพื้นที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พร้อมตรวจยึด สารเอโทมิเดต วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 กว่า 5 กิโลกรัม แจ้งข้อหาลักลอบเข้าเมืองและครอบครองวัตถุออกฤทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายหวานเป็นบุคคลตามหมายจับของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) ในคดีร่วมกันฆาตกรรม 3 ศพ เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ก่อนหนีมากบดานที่ประเทศไทย

การปฏิบัติงานดังกล่าวเป็นการทำงานเชิงรุก ตามนโยบายของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. สั่งการกำชับให้ทุกหน่วยเข้มงวดในการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดน เพื่อสกัดกั้นการย้ายฐานของกลุ่มสแกมเมอร์การลักลอบนำนาเสพติดเข้ามาในประเทศ และเร่งรัดสืบสวนปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ตลอดจนปฏิบัติงานร่วมมือกับกรมการปกครองและหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทลายเครือข่ายพ่อทิพย์เพื่อรับรองบุตรอันเป็นเท็จ ป้องกันการนำเด็กเป็นสะพานในการซุกซ่อนตัวตน ถ่ายโอนทรัพย์สิน ฟอกเงิน และใช้สิทธิ์ถือครองอสังหาริมทรัพย์หรือดำเนินธุรกิจในไทยได้อย่างถูกกฎหมาย โดยต้องดำเนินคดีชั้นเด็ดขาด เพิกถอนรายการแจ้งเกิดเท็จและสัญชาติที่ได้มาโดยมิชอบ ขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน ธุรกิจนอมินี และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องทุกราย

พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. เปิดเผยแนวทางยกระดับการคัดกรองผู้เยาว์ที่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร และการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ โดยมุ่งให้ผู้เดินทางได้รับทั้งความปลอดภัย ความสะดวก และการดูแลอย่างเหมาะสม

.ทั้งนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองเด็กสัญชาติไทยอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์ การลักพาตัวเด็กข้ามชาติ และการนำเด็กออกนอกประเทศโดยมิชอบ โดยเน้นตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้ร่วมเดินทาง

–เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่

–หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ และสูติบัตรของเด็ก ซึ่งใช้ได้ทั้งฉบับจริง สำเนา หรือภาพถ่ายอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเอกสารเพิ่มเติมตามกรณี ดังนี้

–เดินทางกับบิดาหรือมารดาฝ่ายเดียว ต้องมีหนังสือยินยอมจากอีกฝ่ายที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ และเอกสารแสดงอำนาจปกครองเพิ่มเติม หากไม่ได้จดทะเบียนสมรสหรือหย่าร้าง

–เดินทางกับผู้แทนโดยชอบธรรม ต้องมีสำเนาคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้แทนโดยชอบธรรม

–เดินทางกับบุคคลอื่น ต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดาและมารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม ที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ และหนังสือยินยอมต้องจัดทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ หรือสถานทูต และมีอายุไม่เกิน 60 วัน

กรณีเดินทางเป็นหมู่คณะกับสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือสมาคมโรงเรียนนานาชาติ เช่น แข่งขันกีฬา ศึกษาดูงาน หรือแลกเปลี่ยนทางการศึกษา สามารถใช้หนังสือรับรองจากสถานศึกษาแทนได้ โดยต้องผ่านขั้นตอนขอความยินยอมและอนุมัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ทั้งนี้ในห้วงเดือนกรกฎาคม–ตุลาคม 2569 ตรวจคัดกรองเด็กสัญชาติไทยฯ จำนวน 120 ราย พบพิรุธจากเอกสารและถ้อยคำของมารดาจีน บิดาไทย จำนวน 32 ราย ที่อาจเข้าข่าข่ายขบวนการกุมารจีน พ่อไทยทิพย์ จึงปฏิเสธการตรวจอนุญาต เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร อันนำไปสู่การสืบสวนขยายผล จับกุมและดำเนินคดีผู้กระทำความผิด อย่างไรก็ตาม สตม.จึงขอให้ผู้ปกครองเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อนเดินทาง เพื่อความสะดวกในการตรวจอนุญาตและคุ้มครองความปลอดภัยของเด็ก

พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. เปิดเผยต่อว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ยกระดับบริการช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automated Border Control: ABC) เพื่ออำนวยความสะดวก ลดเวลารอคิว และเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจคนเข้าเมือง ในปัจจุบัน สตม.ร่วมกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ติดตั้งช่องตรวจอัตโนมัติที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขาเข้า 39 ช่อง ขาออก 67 ช่อง พร้อมขยายบริการไปยังสนามบินดอนเมืองและภูเก็ต ทั้งนี้ตามคำสั่งที่ 196/2569 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ขยายสิทธิผู้โดยสารขาเข้าจากเดิม 2 สัญชาติและดินแดน เป็น 33 สัญชาติและดินแดน สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางที่ได้รับยกเว้นวีซ่าหรือได้รับวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ตามเงื่อนไข ได้แก่ – เอเชีย: เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง มาเลเซีย – ตะวันออกกลาง: สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – โอเชียเนีย: ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ – อเมริกา: แคนาดา – ยุโรป 24 ประเทศ: กรีซ เบลเยียม มอลตา สโลวาเกีย สหราชอาณาจักร เช็ก โปรตุเกส เยอรมนี สโลวีเนีย อิตาลี เดนมาร์ก โปแลนด์ ลักเซมเบิร์ก สวิตเซอร์แลนด์ ไอร์แลนด์ นอร์เวย์ ฝรั่งเศส ลัตเวีย สวีเดน ฮังการี เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ สเปน และออสเตรีย

อย่างไรก็ตามผู้โดยสารที่ลงทะเบียน Thailand Digital Arrival Card (TDAC) จะได้รับอีเมลแจ้งว่ามีสิทธิใช้ช่องตรวจอัตโนมัติหรือไม่ โดยหลังเริ่มขยายบริการเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 พบยอดผู้ใช้เพิ่มจากเฉลี่ยวันละ 744 คน เป็น 2,125 คน เพิ่มขึ้น 185.6%

ระหว่างวันที่ 18 กันยายน–31 ตุลาคม 2569 มีชาวต่างชาติใช้บริการรวม 94,760 คน โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ สิงคโปร์ 21,684 คน ฮ่องกง 14,259 คน เกาหลีใต้ 9,615 คน ญี่ปุ่น 9,538 คน และมาเลเซีย 6,943 คน ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวช่วยรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ลดความแออัด และยกระดับการตรวจคนเข้าเมืองให้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

**********************************

 

 

 

 

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์