วันศุกร์, พฤศจิกายน 6, 2026
หน้าแรกทั่วไปค้นความจริง 2 พฤติกรรม ที่ทำปลาหมอคางดำระบาด

ค้นความจริง 2 พฤติกรรม ที่ทำปลาหมอคางดำระบาด

- 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

 

ค้นความจริง 2 พฤติกรรม ที่ทำปลาหมอคางดำระบาด

วิกฤตปลาหมอคางดำระบาดลามระบบนิเวศน์ไทยกลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ แต่ถ้ามองผ่านวิทยาศาสตร์และข้อกฎหมายอย่างเป็นกลาง สังคมและ กระบวนการยุติธรรม อาจต้องแยกแยะให้ออกระหว่าง “คนนำเข้า” กับ “คนทำระบาด” เพราะในความเป็นจริง สองสิ่งนี้อาจเกิดจากคนละพฤติกรรม และมีตัวละครลับที่ซ่อนอยู่ใต้พรม!


>> พฤติกรรมที่ 1: การนำเข้า

ที่ผ่านมา..สังคมพุ่งเป้าไปที่เอกชนรายใหญ่รายเดียว แต่ข้อมูลจากกรมประมงพบรายชื่อบริษัทที่พัวพันกับการส่งออกปลาชนิดนี้ถึง 11 ราย ที่ไม่เคยมีบันทึกการนำเข้า และเมื่อถูกเรียกเข้ามาชี้แจง บริษัทที่ส่งออกสูงที่สุด กว่า 160,000 ตัว กลับปิดกิจการหนีหาย ..น่าสงสัยไหมล่ะ ! และจากการสืบค้นกลับพบว่ายังแฝงตัวอยู่ในวงการซื้อขายปลาอยู่ !”

นี่คือช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่สอดคล้องกับผลวิจัยทางพันธุกรรมเชิงลึกของคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ตรวจพบความหลากหลายทาง DNA สูงถึง 19 รูปแบบแฮพโลไทป์ จากการเก็บตัวอย่างกว่า 400 ตัวอย่างทั่วประเทศ และนี่คือตัวเลขวิทยาศาสตร์ที่ต้องชั่งน้ำหนัก…

• มีถึง 13 รูปแบบที่เป็น “แฮพโลไทป์เฉพาะถิ่น” ปลากลุ่มนี้มีรหัสพันธุกรรมเฉพาะตัวกระจายตามแต่ละพื้นที่ “พูดง่ายๆ คือ ปลาพวกนี้ไม่ได้เกิดจากพ่อแม่เดียวกัน…พวกมันมาจากคนละตระกูล คนละถิ่นกำเนิด หรือ คนละสายน้ำของทวีปแอฟริกา”

• พบ 3 รูปแบบหลักที่มีความถี่สูงเป็นเอกลักษณ์ใน 3 จังหวัด คือ สมุทรสงคราม แฮพโลไทป์ 4 พบ 23.73% , ประจวบคีรีขันธ์ แฮพโลไทป์ 7 พบ 23.26% และสุราษฎร์ธานี แฮพโลไทป์ 14 พบ 25. % “รหัสลับทางพันธุกรรมฟ้องชัดเจนว่า ปลาหมอคางดำถูกนำเข้ามาอย่างน้อย 3 ครั้ง จากคนละมือ คนละเวลา รวมทั้งมีไอ้โม่งที่ส่งออกเป็นแสนตัว ที่คารต้องใส่ไว้ในสมการของคดี”

ดังนั้นการข้อสันนิษฐานว่า “ปลาทั้งหมดหลุดมาจากห้องแล็บวิจัยแห่งเดียว” จึงเหมือนกับการใช้ “ความเชื่อนำหน้า…แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์” ต่างหากที่มีน้ำหนัก

>>พฤติกรรมที่ 2: การทำระบาด

ปมปริศนาต่อมาคือ แล้วทำไมปลาบางพื้นที่ถึงมี DNA เชื่อมโยงกันได้? ในเมื่อตามธรรมชาติ ปลาไม่สามารถลุกขึ้นมาเดินข้ามจังหวัด ข้ามลุ่มน้ำ หรือลุยน้ำเค็มข้ามทะเลจากภาคกลางลงไปโผล่ไกลถึงภาคอื่นๆ ได้เอง พฤติกรรมที่มีน้ำหนักที่สุดคือ “การเคลื่อนย้ายโดยฝีมือมนุษย์”ในห่วงโซ่ต่อๆ มา

• ลักลอบเพาะเลี้ยง: เลี้ยงในบ่อปิด หรือกระชัง เพราะเห็นว่าอึดและโตไว เลี้ยงเป็นปลาแปลกที่นิยมในคนบางกลุ่มโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

• ขนส่งทำปลาเหยื่อ: พฤติกรรมในวงการนักตกปลาและคนเลี้ยงปลากินเนื้อ นิยมใช้ปลาชนิดนี้ทำเป็น “ปลาเหยื่อ” ก่อนขนส่งข้ามจังหวัดด้วยรถยนต์ เมื่อนำไปใช้ตามเขื่อนแล้วปลาหลุด หรือใช้ไม่หมดแล้วเททิ้งลงน้ำ พวกมันจึงตั้งรกรากทันที


//”ผู้นำเข้าหรือผู้ลักลอบนำเข้าอาจเป็นคนเปิดประตูบ้าน… แต่คนลักลอบเคลื่อนย้ายและคนปล่อยปลา คือคนจูงมือพวกมันไปถล่มเมือง” จนกลายเป็นปัญหา “ระบาดระดับชาติ”//

*** (วันที่กลุ่มฟ้องไปขึ้นศาลแพ่ง) ***

>> โจทย์ที่ต้องชั่งน้ำหนัก

ปัจจุบันคดีนี้ถูกยื่นฟ้องเป็นคดีสิ่งแวดล้อมแบบกลุ่ม (Class Action) เรียกค่าเสียหายหลักพันล้านบาท แต่สิ่งสำคัญที่ต้องนำมาคิดตามและสืบสวนอย่างเป็นธรรมโดยอิงจากหลักฐาน DNA และพฤติกรรมการลักลอบ คือ “ความเชื่อมโยงของเหตุและผล”

• ปลาแฮพโลไทป์เฉพาะถิ่นในหลายๆ พื้นที่ สืบสายพันธุ์มาจากเอกชนรายที่ถูกฟ้องจริง ? หรือแท้จริงแล้ว … มันสืบเชื้อสายมาจากกลุ่มไอ้โม่งคนไหน ?

• ความเสียหายที่กระจายไปหลายจังหวัด เกิดจากความบกพร่องดั้งเดิมของผู้นำเข้า หรือเกิดจากการกระทำโดยประมาทของ กลุ่มคนลักลอบย้ายปลาไปทำเหยื่อ ที่เป็นคนปล่อยพวกมันลงแหล่งน้ำสาธารณะจนระบาดลุกลาม?

ดังนั้น การหาทางออกให้วิกฤตนี้ ไม่ใช่การชี้หน้าโทษใครคนใดคนหนึ่งเพื่อความสะใจ แต่คือการใช้ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ DNA หลักฐาน และพฤติกรรมศาสตร์ มาพิสูจน์ใน กระบวนการยุติธรรม เพื่อจำแนกสัดส่วนความรับผิดชอบอย่างถูกต้อง

“เพราะถ้าเราตัดสินคดีด้วยความเกลียดชัง แทนที่จะเป็นวิทยาศาสตร์และข้อเท็จจริง… เราจะจับผู้ร้ายผิดคน ปล่อยให้ไอ้โม่งตัวจริงลอยนวล และไม่มีวันหยุดยั้งเอเลี่ยนสปีชีส์ในแหล่งน้ำไทยได้เลย”

#ปลาหมอคางดำ #ปลาหมอมายัน
#ปลาหมอบัตเตอร์ #ปลาต่างถิ่น
#สัตว์แปลก
#ปลาปากจระเข้
#ปลาอัลลิเกเตอร์ #สัตว์ต่างถิ่นรุกราน #ExoticPetsThailand
#เอเลี่ยนสปีชีส์
#สัตว์ต่างถิ่นรุกราน #กรมประมง
#คดีสิ่งแวดล้อม #อนุรักษ์ธรรมชาติ #ปลาสวยงาม
#สมดุลระบบนิเวศ #วิถีชุมชน
#ระบบนิเวศไทย

/////

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์