คณะ กมธ. การแรงงาน รับยื่นหนังสือขอให้ติดตามมาตรการในการช่วยเหลือกลุ่มพนักงานที่ถูกเลิกจ้างแล้วไม่ได้รับเงินค่าชดเชยการเลิกจ้างตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และกรณีนายจ้างบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่จ่ายค่าจ้างแก่พนักงาน
วันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายเซีย จำปาทอง รองประธานคณะ กมธ. การแรงงาน คนที่สาม และคณะ รับยื่นหนังสือ จำนวน 2 เรื่องดังนี้


1. การติดตามมาตรการในการช่วยเหลือกลุ่มพนักงานที่ถูกเลิกจ้างแล้วไม่ได้รับเงินค่าชดเชยการเลิกจ้างตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และขอให้ตรวจสอบการใช้ พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 กับกลุ่มพนักงานกลุ่มเดียวกันนี้ที่ได้ออกมาชุมนุมเพื่อติดตามการแก้ไขความเดือดร้อนของแรงงาน จากนางสาวมาลี เอทิชา ผู้แทนกลุ่มพนักงานที่ถูกเลิกจ้างจาก บริษัทยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทดังกล่าวได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2495 ด้วยทุนจดทะเบียน 2.5 ล้านบาท ดำเนินการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่จนประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวาง ต่อมาบริษัทฯ ได้ขยายสาขาการผลิตไปสู่ชิ้นส่วนรถยนต์ประเภทต่าง ๆ เพื่อจำหน่ายทั่วประเทศ แต่ในวันที่ 26 พ.ย. 67 บริษัทได้ทำการปิดกิจการและเลิกจ้างลอยแพพนักงานกว่า 800 คน และยังไม่มีค่าชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมาย ซึ่งทางกลุ่มได้ดำเนินการฟ้องร้องแล้ว แต่ยังไม่ได้รับค่าชดเชยตามที่ศาลสั่งแต่อย่างใด ทำให้ผู้ใช้แรงงานที่ถูกเลิกจ้างได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงขอเรียกร้องให้คณะกมธ. ดำเนินการ เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาและแนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงานของกลุ่มพนักงานบริษัทดังกล่าว รวมถึงการรับมือปัญหาในระยะยาวต่อไป พร้อมทั้งขอให้มีการตรวจสอบการใช้ พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ถูกเลิกจ้างที่มาชุมนุมสาธารณะตามกฎหมายทำให้ได้รับความเดือดร้อน

2. ข้อร้องเรียนกรณีนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างให้แก่พนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่จ่ายค่าจ้าง จากนายวิมล ห่วงไธสง ผู้แทนผู้ใช้แรงงาน เนื่องจากเครื่องจักรหลักที่ใช้ในการผลิตประสบเหตุเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย ทำให้ไม่สามารถทำการผลิตได้ ทำให้บริษัทประสบปัญหาไม่มีลูกค้าสั่งซื้อสินค้า ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนมาเป็นระยะเวลานาน โดยบริษัทไม่มีมาตรการใดที่จะให้ความมั่นใจแก่พนักงานว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แต่ก็ยังให้พนักงานมาปฏิบัติงานตานตามปกติ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีการผลิต โดยให้พนักงานมาทำความสะอาดโรงงานในแต่ละวันเท่านั้น และไม่จ่ายค่าจ้างให้พนักงานตามกำหนด ทำให้พนักงานได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ขอให้คณะ กมธ. หาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับพนักงานที่เป็นลูกจ้างของบริษัท ประมาณ 52 คนด้วย
รองประธานคณะ กมธ. การแรงงาน คนที่สาม กล่าวภายหลังรับยื่นหนังสือว่า คณะ กมธ. มีความเห็นใจและห่วงใยต่อคนผู้ใช้แรงงาน ซึ่งได้รับเรื่องความเดือดร้อนทำนองเดียวกันจำนวนมากจากทั่วประเทศ โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอเข้าที่ประชุมของคณะ กมธ. เพื่อเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลและให้ข้อเท็จจริง จากนั้นคณะ กมธ.จะได้สรุปเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วก็ส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับทราบเพี่อเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานต่อไป เบื้องต้นทราบว่า เรื่องของผู้ใช้แรงงานที่ถูกเลิกจ้างนั้น ขณะนี้รอการบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี รวมทั้ง ขอเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เร่งดำเนินการบรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป








