เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2564 กำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดปทุมธานี ฐานคลองหลวงเมืองใหม่ ได้นำสิ่งของอุปโภคและบริโภค ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยนน้ำท่วม ในพื้นที่ ตำบลวัดตะกู อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โดยการเดินทางไปครั้งนี้ได้รับการประสานงานจากผู้ใหญ่บ้านในท้องถิ่น นางวาสนา สาลีผลหรือผู้ใหญ่แหม่ม ผู้ใหญ่บ้านตำบลของตนเองนั้นมีผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมเดือดร้อน จำนวน 536 ครัวเรือน โดยมีประชาชากรอาศัยอยู่ในพื้นที่ รับผิดชอบ9หมู่บ้าน
ดังนั้นทางทางมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดปทุมธานี ฐานคลองหลวงเมืองใหม่ ได้รวบรวมสิ่งของต่างๆ ที่ได้รับบริจาคมาจากพี่น้องอาสาสมัคร ตลอดจนพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน ทำการจัดตั้งโรงครัวชั่วคราวขึ้น เพื่อประกอบอาหารทำข้าวกล่องจำนวนทั้งสิ้น 3,500 กล่อง พร้อมทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้และน้ำดื่ม แจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดือดร้อน รวมถึงพระสงฆ์ที่ไม่สามารถออกมาบิณฑบาตรได้
อนึ่งพื้นที่ตำบลท่าตะกู อำเภอบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา มีประชาชนเดือดร้อนถึง 1,529ราย ถูกน้ำท่วมมีปริมาณจำนวนมาก บางพื้นที่มีความลึกถึง4เมตร วัด โรงเรียน จมอยู่ใต้น้ำ หลายเส้นทางมีน้ำท่วมขัง การสัญจรบางจุดลำบาก ประชาชนต้องมาอาศัยกางเต๊ณฑ์นอนบริเวณริมถนน จำนวนหลายจุด ขณะนี้หลายหน่วยงาน ยังคงเข้าให้การช่วยเหลือ

จากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พายุโซนร้อน“ไลออนร็อก” เคลื่อนตัวทางทิศเหนือค่อนตะวันตกเล็กน้อยอย่างช้าๆ คาดว่าเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 10 – 11 ตุลาคม 2564 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูง 2 – 3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดฝนตกหนักและฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมถึงคลื่นลมแรงในพื้นที่ชายฝั่ง บรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติจึงได้แจ้งให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ โดยให้คณะทำงานติดตามสถานการณ์ของจังหวัดเฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศและปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งข้อมูลปริมาณน้ำฝนสะสม ระดับน้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ การระบายน้ำในอ่างเก็บน้ำ และสถานการณ์น้ำของจังหวัดพื้นที่ต้นน้ำ เพื่อวิเคราะห์คาดการณ์และประเมินแนวโน้มสถานการณ์ เพื่อวางแผนปฏิบัติการและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า และให้จังหวัดแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามสถานการณ์และการแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานราชการ เน้นย้ำการใช้กลไกของฝ่ายปกครองกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครเครือข่ายแจ้งเตือนภัยเชื่อมโยงการแจ้งเตือนภัยในทุกรูปแบบ ทั้งหอเตือนภัย หอกระจายข่าว รถประชาสัมพันธ์ วิทยุชุมชน และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์ในพื้นที่ แนวทางปฏิบัติ

และช่องทางการติดต่อเพื่อขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ รวมถึงให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยในแต่ละพื้นที่ แบ่งมอบภารกิจ พื้นที่ และหน่วยงานรับผิดชอบให้ชัดเจน พร้อมทั้งจัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ เครื่องมืออุปกรณ์เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เช่น เครื่องสูบน้ำ เรือยนต์กู้ภัย เรือท้องแบน รถสูบส่งน้ำระยะไกล รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย เข้าประจำจุดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเผชิญเหตุ แก้ไขปัญหา และให้การช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อเกิดเหตุในพื้นที่ ให้จัดชุดปฏิบัติการสนธิกำลังร่วมกับหน่วยทหาร ตำรวจ มูลนิธิ อาสาสมัคร ประชาชนจิตอาสา เร่งคลี่คลายสถานการณ์และดูแลประชาชนในด้านต่าง ๆ อาทิ การดูแลด้านการดำรงชีพ ความเป็นอยู่ จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน การแจกจ่ายถุงยังชีพตามวงรอบ การดูแลความปลอดภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงในพื้นที่ให้อพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงที่จัดเตรียมไว้โดยทันที โดยดำเนินการควบคู่ไปกับมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันและควบคุมโรค Covid-19 อย่างเคร่งครัด สำหรับจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายทะเล ให้ฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำชับสถานประกอบการ โรงแรม แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวให้เพิ่มความระมัดระวังในช่วงที่มีคลื่นลมแรง พร้อมทั้งประสานการปฏิบัติกับกรมเจ้าท่า กองทัพเรือ ตำรวจน้ำในพื้นที่ ดำเนินการตามมาตรการที่กำหนด โดยเฉพาะการนําเรือเข้าที่กําบังและห้ามการเดินเรือช่วงที่มีคลื่นลมแรง
สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามข่าวสารและการแจ้งเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หากมีประกาศหรือคำเตือนขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด หากพบเห็นหรือได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784”โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และแอปพลิเคชัน
“พ้นภัย” รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป