วันที่ 15 มีนาคม 2566 ที่ห้องประชุม 201 ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา ร่วมแถลงข่าว โครงการแถลงข่าวโครงการสร้างเสริมสุขภาวะให้กับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา ระดับประถมศึกษาในโรงเรียนเรียนร่วม ด้วยการใช้กิจกรรมทางกายเป็นสื่อ
โดยกรมพลศึกษา ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดตัวหลักสูตรกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ระดับประถมศึกษา (ประเภทความบกพร่องทางสติปัญญา) หลังผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์ เพื่อนำไปใช้ฝึกอบรมครูพลศึกษาหรือผู้สอนกิจกรรมทางกายในเครือข่ายให้เด็กทุกคนได้รับความเท่าเทียมกัน ซึ่งปัจจุบันไทยมีคนพิการประมาณ 2 ล้านคน ในจำนวนนี้มีเด็กเรียนจบระดับอุดมศึกษาไม่ถึง 2% อีกประมาณ 80% เรียนจบเพียงชั้นประถมศึกษาเท่านั้น เพราะมีอุปสรรคเรื่องการเรียนรู้และขาดทักษะการ เข้าสังคม หรือสถานศึกษามีสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิต เช่น ถูกเพื่อนล้อ ถูกเพื่อนแกล้ง หรือครูผู้สอนย่อยความรู้ให้สอดคล้องกับการเรียนสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษไม่ได้ กิจกรรมทางกายเป็นอีกปัญหาที่พบในโรงเรียน ทำให้ สสส. สานพลังภาคีเครือข่าย จัดทำหลักสูตรผู้ฝึกสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษขึ้นมา คู่มือนี้เป็นนวัตกรรมที่ช่วยครูพลศึกษานำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ สู่การมีสุขภาวะดี 4 มิติ คือ กาย จิต ปัญญา และสังคมได้อีกด้วย
ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า ปัจจุบันการเรียนพลศึกษาในโรงเรียนลดลง จึงอยากผลักดันให้เกิดแนวทางการเรียนการสอนวิชาพลศึกษา ในโรงเรียนระดับประถมศึกษาอย่างถูกต้อง เพราะเป็นช่วงวัยที่จำเป็นต้องใช้จิตวิทยาพัฒนาการ หลักสูตรผู้สอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ระดับประถมศึกษา (ประเภทความบกพร่องทางสติปัญญา) จะเป็นต้นแบบในการส่งเสริมพัฒนาครูพลศึกษาทั่วประเทศต่อไป เพราะสถานการณ์เด็กพิเศษในโรงเรียนปัจจุบันมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าในอดีต สังคมและผู้ปกครองยอมรับมากขึ้น แต่สิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องคือการสร้างความรู้ ความเข้าใจกับครูผู้สอนในโรงเรียน ที่ต้องเข้าใจว่าเด็กทั่วไปสามารถทำอะไรได้ และเด็กพิเศษที่มีความบกพร้องทางร่างกาย สามารถเรียนรู้ได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อสอนการมีกิจกรรมทางกายได้เหมาะตามศักยภาพของเด็ก แต่ละกลุ่ม เชื่อว่าเมื่อเราส่งเสริมให้ครูในพื้นที่นำ ร่อง เช่น จ.อุบลราชธานี ทำความเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น จะสามารถขยายผลไปยังภูมิภาคอื่น ๆ และสร้างประโยชน์ให้กับเด็กพิเศษทั่วประเทศได้ต่อไป…………………



ที่มาเพจ:กรมพละศึกษา







