
พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล เปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 /2566
ผมในฐานะ รองหัวหน้าพรรคถิ่นกาขาว “พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล” จัดทัพเปิดรับสมัคร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กว่า 15 จังหวัด…ทั่วประเทศไทย ..ชูนโยบาย สนับสนุนจัดตั้งรัฐสวัสดิการ “คนกู้ชีพกูภัย” เรียนฟรี อบรมฟรี รัฐบาลสนับสนุนอุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย เข้าประจำการณ์ทุกมูลนิธิ”
และพลักดันจัดตั้งกองกำลังอาอาสาสมัคร ขึ้นตรงกับท่านนายกรัฐมนตรี
วอนรัฐบาลอย่าเอาเรื่อง วัคซีนมาเป็น ผลงานทางการเมือง เพราะ เรื่อง การบริหารจัดหา หรือการจัดการใด ๆเกี่ยว โรคระบาดเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และไม่ใช่ผลงานที่อยู่ใน นโยบาย แต่ ย่้ำ เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย จะเอามาเป้น ประเด็นหาเสียงเอาความดีความชอบไม่ได้ หากทำเช่นนั้นแล้ว ถ้ามองในแง่ของ ประชาชนที่ไม่รู้การเมืองหรือกฎหมายอะไรที่เกี่ยวข้อง จะเป็นการชี้นำประชาชนในทางที่เข้าใจผิด (เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น) และได้ประโยชน์ทางการเมือง ที่ไม่ยุติธรรม ผิด พรบ พรรคการเมือง ความเลื่อมล้ำทางการเมือง จะเกิดขึ้น เอาหน้าที่ ๆ ที่ต้องปฏิบัติมาเป็นผลงาน ทั้งที่ไม่เป็นนโยบาย แต่ เพราะมันเป้นหน้าที่อยู่แล้วที่ต้องทำ พรรคไหนที่เอา เรื่องวัคซีนมาเป้น ผลงาน พรรคนั้น ไม่มี คุณธรรม -จริยธรรม อาจจะเข้าข่ายผิด พรบ พรรคการเมืองด้วยและ ไม่มี สามัญสำนึก คิดแต่เล่นการเมือง เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง ไม่คิดถึงประชาชนอย่างแท้จริง
ประชาชนลำบาก เศษฐกิจย่ำแย่ ความเลื่อมล้ำมีมากขึ้นเรื่อย หนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น อย่างน่าตกใจ ประมาณการว่า ปีนี้ GDP จะโตขึ้น ไม่ถึง 2 % ซึ่งต่ำมาก ถ้ามัวแต่ เล่นการเมือง จะทำให้ ประเทศชาติเสียหายมากกว่านี้
หากรัฐบาลไม่มีความสามารถบริหารได้ ควรฟังเสียงของ ประชาชน หรือนักวิชาการ และนักเศษฐศาตร์ เพื่อหาหนทาง ฟื้นฟูเศษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่ สั่งๆ และให้หาหนทางเอง แล้ว รายงาน ผู้นำรัฐบาล และบอกว่าทำได้แค่นี้..
หากผู้นำรัฐบาลเห็น ตนเองหมดปัญญาแล้ว ไม่มีหนทางอื่น ควรยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน เพื่อหาผู้นำใหม่ ที่มีความรู้ ความสามรถมาทำงานแทน เพราะ ปากท้อง ของ ประชาชน รอไม่ได้แล้ว..ครับ

พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ขอเปิดรับ ว่าที่ ผู้ สมัคร ส.ส. หากท่านอยู่ในเขตจังหวัด ตามจังหวัดต่อไปนี้
จังหวัดและสาขาที่นายทะเบียน กกต.รับรองมาแล้ว ดังนี้ สาขามีดังนี้
1.จังหวัดนครศรีธรรมราช
2.จังหวัดเลย
3.จังหวัดหนองบัวลำภู
4.จังหวัดเชียงราย
5.จังหวัดมหาสารคาม
6.จังหวัดลพบุรี
7.จังหวัดนครสวรรรค์
8.จังหวัดพังงา
ตัวแทนเขตจังหวัด ดังนี้
1.จังหวัดพัทลุง
2.จังหวัดสตูล
3.จังหวัดกาญจนบุรี
4.จังหวัดกระบี่
5.จังหวัดตรัง
6.จังหวัดนราธิวาส
7.จังหวัดปัตตานี
8.จังหวัดยะลา
9.จังหวัด สงขลา
10.จังหวัดสุราษฎร์ธานี
11.จังหวัดราชบุรี
12.จังหวัดเชียงใหม่
13.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
14.จังหวัดนครพนม


รายละเอียดการสมัคร
ผู้ที่สนใจสมัครจะต้องไม่เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎร และแต่ละท่านจะต้องเตรียมข้อมูลและเอกสารดังต่อไปนี้ในการยื่นสมัครจดหมาย
ส่งเอกสารมาได้ที่
คุณปรีชา วัชระนัย (รองหัวหน้าพรรค ถิ่นกาขาวชาววิไล)
ประธานสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล
หมู่บ้านกานดา เลขที่ 14/273 หมู่ 5 ซอย 7 ถนนพระรามสอง ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จัวหวัดสมุทรสาคร 74000 โทร.082-753-8888 หรือ ไอดีไลน์ E21NXS
เปิดรับสมัคร ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
กำหนดปิดรับสมัครภายในวันที่ 7 เมษายน 2566
- ใบสมัครสมาชิกพรรค
- ภาพถ่ายหน้าตรง ขนาด 1-2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
- สำเนาบัตรประชาชน จำนวน 2 ชุด
- สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 2 ชุด
คลิปแนะนำตัวเอง ”ทำไมคุณจึงมีความเหมาะสมเป็น พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ?”
อีเมลสำหรับติดต่อในอนาคต
ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด ประวัติการศึกษาและประวัติการทำงาน ประเด็นที่ตนเองสนใจและเชี่ยวชาญ ฯลฯ
คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และข้อห้ามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
1. คุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (มาตรา 101)
1.1 มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
1.2 มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
1.3 เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภา ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันนับถึงวันเลือกตั้ง
1.4 ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ด้วย
– มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
– เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง
– เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีการศึกษา
– เคยรับราชการหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปี
1.5 ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบสัดส่วนต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งตาม 1.4 ด้วย แต่ลักษณะดังกล่าวในกรณีใดที่กำหนดถึงจังหวัด ให้หมายถึงกลุ่มจังหวัด
2. ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (มาตรา 102)
2.1 ติดยาเสพติดให้โทษ
2.2 เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
2.3 เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 100 (1) (2) หรือ (4)
2.4 ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โยหมายของศาล
2.5 เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
2.6 เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
2.7 เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทัรพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
2.8 เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง
2.9 เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
2.10 เป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงแล้วยังไม่เกินสองปี
2.11 เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
2.12 เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
2.13 อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา 263
2.14 เคยถูกวุฒิสภามีมติตามมาตรา 274 ให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
3. ข้อห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (มาตรา 265)
3.1ไม่ดำรงตำแห่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือข้าราชการส่วนท้องถิ่น
3.2 ไม่รับหรือแทรกแซงหรือก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจอันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
3.3 ไม่รับเงินหรือประโยชน์ใด ๆ จากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเป็นพิเศษนอกเหนือไปจากที่หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติต่อบุคคลอื่น ๆในธุรกิจการงานตามปกติ
3.4 ไม่กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 48
บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภารับเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินปีพระบรมวงศานุวงศ์ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน และมิให้ใช้บังคับในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภารับหรือดำรงตำแหน่งกรรมาธิการของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา หรือกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในการบริหารราชการแผ่นดิน
ให้นำความใน 3.1 3.3 และ 3.4 มาใช้บังคับกับคู่สมรสและบุตรของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา และบุคคลอื่นซึ่งมิใช่คู่สมรสและบุตรของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภานั้น ที่ดำเนินการในลักษณะผู้ถูกใช้ ผู้ร่วมดำเนินการ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาให้กระทำการตามมาตรานี้ด้วย







