” ระบบท้องถิ่น นากลาง โครงการก่อสร้าง 1 โครงการ มีวัฒนธรรมที่ผู้ควบคุมงาน ต้องไปรับค่าทดสอบวัสดุจากผู้รับจ้าง 1% ของมูลค่า และค่าป้ายเหล็ก
ช่างคุมงาน ต้องเอาของเก่า ราคา 2,500 บาท และของค่าป้ายไวนิลอีก 2,500 บาท พอตรวจรับ ต้องไปรับค่ากรรมการตรวจรับจากผู้รับจ้าง 1 % ของมูลค่าโครงการมาเคลียร์ ให้กับกรรมการ พร้อมกับค่าควบคุมงาน 1 % ของมูลค่าโครงการ
เป็นวัฒนธรรมขององค์กร กองช่าง ที่ทำกันมา เมื่อข้าพเจ้าบรรจุ 1 มิถุนายน 2565 มาเจอระบบดังกล่าว พยายามปรับให้อยู่ได้ แต่ก็อยู่ไม่ได้ ขอยื่นลาออก ที่ ผอ. 1 ธันวาคม 65 แต่ยังมีงาน ยังไม่ตรวจรับอีก 3 งาน ของบริษัทแห่งหนึ่ง
ผมเจอการทำงานที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออก เพื่อนร่วมงาน ลูกจ้างให้ผมต้องไปพูดเอาเงินค่าทดสอบวัสดุและค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการมาให้มันทำ มันเป็นลูกจ้างเก่าแก่ของเทศบาล มันพูดเข้าขากันดีมากกับ ผอ. พอเอาตังค์เขามา แล้วงานมีปัญหาเส้นเพชรสุวรรณ 6 วันตรวจรับ ผู้ตรวจรับโทร ให้ผมไปเอาตังค์มาเคลียร์กรรมการ แต่ผมไม่ได้ไป
เพราะผมมองดูเนื้องานไม่เรียบร้อย ถนนร่อน แตกร้าว โครงการราคา 6 แสนกว่าบาท ฟันประมูลมาที่ 4 แสน ไหนต้องจ่ายให้นายกฯไปดูได้เลยครับ งานเกือบจะทุกโครงการ ในเทศบาลตำบลนากลาง ล่าสุดมีเพียงบริษัทเดียวที่ได้งาน เพราะ นายกฯ รายงาน และคลัง ก็เป็นเหมือนตัวแทนผู้รับจ้าง เป็นคนดำเนินการทุกอย่างให้ผู้รับจ้าง และได้ส่วนเปอร์เซ็นต์ ต่อโครงการ 3% ของมูลค่า
ผม มาบรรจุใหม่กับให้ผู้ควบคุมงานตั้งแต่เดือนแรก ยังไม่รู้ระเบียบเท่าไหร่ แถมยังมาเจอการทุจริต จนเป็นระบบวัฒนธรรมของเทศบาลตำบลนากลาง
ล่าสุด ผู้รับจ้าง ขอเทคอนกรีตเส้น นราชัย-นันทจันทร์ ตอนเย็น ด้วยความสงสาร เพราะไปรับตังค์ค่าทดสอบวัสดุและค่าป้ายประชาสัมพันธ์ เขามาเหมือนช่างคนอื่นๆ เพราะเรามาใหม่ก็ต้องตามน้ำไปก่อน แต่เพราะด้วยนิสัยที่เป็นคนไม่มีเล่ห์เหลี่ยม เหมือนเขาจ้างคนอื่น ทำให้กลายเป็นการเกรงใจ สงสารผู้รับจ้างขอเทปูนเย็น ผมจึงตกลงว่า เท แต่ผมก็ออกไปดูจนเทเสร็จ
เช้ามาเหมือนว่า มีเรื่องร้องเรียน หรืออะไร แต่ทุกคนทำเป็นแสร้งว่าไม่มีอะไร ได้แต่พูดเหน็บเรา ทั้งที่รู้ว่า ผมจะโดนอะไร ผม ก็แค่คนคนหนึ่งที่ต้องการเรียนรู้ระบบราชการท้องถิ่น แต่สุดท้าย รู้ว่าผมปรับตัวเข้ากับระบบทุจริต จนเป็นนิสัยไม่ได้ ผมลาออกวันที่ 31 ตุลาคม มีผล 1 ธันวาคม 2565
ระบบท้องถิ่นไม่รู้เป็นเฉพาะเทศบาลตำบลนากลางหรือไม่ เป็นอะไรที่แย่มาก ช่างเหมือนเป็นเครื่องมือสำหรับทำเงินให้กับผู้บริหาร ไม่เฉพาะนักการเมือง ข้าราชการตัวใหญ่ เช่น ผอ.กองช่างก็ตัวดี คอยแต่จะหาเศษหาเลยจากโครงการกรรมชั่วของพวกเขา เล่ายังไงก็ไม่หมด ขอให้พวกมันทุกคนได้รับผลของการที่มันโกงทุจริตหาเศษหาเลยจากหน้าที่ ร่าง ถ้ายังอยู่ดี
บริจาคให้กายวิภาคศาสตร์ มข.”
……
ผู้เสียชีวิต ชื่อ ภาณุเมศวร์ วาสโสหา อายุ 27 ปี เรียนจบวิศกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ไปทำงานที่ เทศบาล.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ได้ 6 เดือน

รอคำชี้แจงจาก เทศบาล ต.นากลาง #หนองบัวลำภู
ภาพที่ 1 : ภาพประกอบทั่วไปอาชีพ วิศวกรโยธา
ภาพที่ 2 : บางส่วนของจดหมายลา ก่อนเสียชีวิต
ภาพที่ 3 : ภาพที่วิศวกร โพสต์ใน Profile
ป.ล.ไม่ควรมีใครต้องเสียชีวิตเพราะการเป็นข้าราชการ ที่ไม่อยากทุจริต








