วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 8, 2026
หน้าแรกการเมือง“ คุณสุวัจน์ ประธานเปิดอนุสรณ์สถานพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ที่โคราช ”

“ คุณสุวัจน์ ประธานเปิดอนุสรณ์สถานพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ที่โคราช ”

- 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้มีพิธีเปิดอนุสรณ์สถาน พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ของประเทศไทย ที่สำนักงานใหญ่พรรคชาติพัฒนากล้า จังหวัดนครราชสีมา โดยมีชาวโคราชเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นผู้ก่อตั้งพรรคชาติพัฒนาและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา 5 สมัย ในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ( 2531 – 2534 ) เศรษฐกิจของประเทศมีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง มีการพัฒนาโครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก ประเทศไทยมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ GDP มากกว่าร้อยละ 10 ถึง 3 ปีซ้อน มีการพัฒนาโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก จนทำให้เป็นพื้นที่ที่เป็นพื้นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกทางเศรษฐกิจของประเทศ มีการสร้างถนน 4 เลนบนทางหลวงสายหลัก อาทิเช่นสายสระบุรี – นครราชสีมา เป็นต้น มีนโยบายต่างประเทศที่สำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน คือกลุ่มประเทศอินโดจีน และนำไปสู่นโยบายแปรสนามรบเป็นสนามการค้า และเปิดประตูอีสานสู่อินโดจีน ประเทศไทยได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเสือแห่งเศรษฐกิจ ลำดับ ที่ 5 แห่งเอเชีย ช่วงนั้นมีคำพูดที่พูดกันว่า เศรษฐกิจยุคทอง เศรษฐกิจยุคน้าชาติ

มีเรื่องเล่าถึงความผูกพันระหว่างท่านพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณกับชาวโคราช เมื่อมีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 ท่านพลเอกชาติชายเดินทางออกนอกประเทศไปพำนักที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ เพื่อให้สถานการณ์ต่างๆภายในประเทศเรียบร้อย หลังจากนั้นประมาณ 1 ปีก็เดินทางกลับ เมื่อเดินทางถึงประเทศไทยแล้วพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ก็ได้กลับไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่จังหวัดนครราชสีมา แล้วไปกราบอนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารี ชาวโคราชมาต้อนรับท่านอย่างเนืองแน่นด้วยความคิดถึง และยังได้ร่วมกันบริจาคเงินคนละเล็กคนละน้อยเพื่อซื้อมอเตอร์ไซค์ชอปเปอร์ให้กับท่านพลเอกชาติชาย แทนมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่พลเอกชาติชายชอบขับขี่เล่นที่โคราช เนื่องจากว่าช่วงที่มีการรัฐประหารนั้น ได้มีการยึดทรัพย์สินของอดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีกหลายท่าน ในวันที่มีพิธีเปิดอนุสรณ์สถานจึงได้มีการนำมอเตอร์ไซค์ชอปเปอร์คันดังกล่าวมาจอดไว้ที่อนุสรณ์สถาน เพื่อรำลึกถึงความทรงจำและความผูกพันอันดีงามระหว่างท่านพลเอกชาติชายและชาวโคราช ในวันนั้นมีภาพที่น่าประทับใจหลายอย่างมีการรวบรวมผลงานที่ท่านพลเอกชาติชายได้สร้างไว้ให้กับจังหวัดนครราชสีมาเพื่อแสดงเป็นนิทรรศการ อาทิเช่นถนน 4 เลนสายสระบุรีนครราชสีมา นิคมอุตสาหกรรม สนามกีฬาเมืองหลัก ท่อส่งน้ำดิบจากลำตะคองมาโคราชเพื่อผลิตน้ำประปาใช้ในเมือง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี วิทยาลัยนาฏศิลป์ และ สวนสัตว์นครราชสีมาเป็นต้น และภาพที่น่ารักหลายๆภาพจากชาวโคราช ที่นำดอกไม้ของแต่ละท่านไปวางไว้ที่บริเวณอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงท่านพลเอกชาติชาย รวมทั้งขึ้นไปนั่งบนมอเตอร์ไซค์ชอปเปอร์และถ่ายภาพกับชอปเปอร์คันที่คนโคราชซื้อให้กับท่าน

ในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นเศรษฐกิจของประเทศชาติมั่นคงบ้านเมืองเรียบร้อย ประชาชนมีความสุข มีประโยคที่อยู่ในความทรงจำและเป็นคาแรคเตอร์ของท่าน ที่มักจะพูดว่า No Problem หรือไม่มีปัญหา เมื่อเวลาที่ถูกถามถึงสถานการณ์ต่างๆในบ้านเมือง และท่านก็มักจะบอกว่าปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้เครียด รวมทั้งแนะนำว่าเวลาแก้ปัญหาให้แก้ทีละปัญหา เหมือนปล้ำกับยักษ์ให้ปล้ำทีละตัวจึงจะชนะ

ท่านพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ท่านเป็นผู้ที่เข้าได้กับทุกฝ่าย ทำงานการเมืองด้วยความประณีประนอม นึกถึงความสงบเรียบร้อย ไม่สร้างการเมืองที่มีความขัดแย้ง จึงไม่มีศัตรูทางการเมืองมีแต่มิตรภาพ แล้วท่านยังนิยมที่จะนำศัตรูหรือคู่ต่อสู้ทางการเมืองมาเป็นพรรคพวกมาทำงานด้วยกันอีก สิ่งที่ท่านพลเอกชาติชายมีความกรุณาต่อผมที่ผมไม่มีวันลืมบุญคุณของท่าน แล้วสะท้อนถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่ใจกว้าง มีวิสัยทัศน์สร้างคนรุ่นใหม่ให้กับประเทศอยู่เสมอ มีอยู่วันหนึ่งผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมโดยที่ผมไม่ทราบมาก่อนทั้ง ๆ ที่ผมเป็น ส.ส เพียงสมัยแรก กับพรรคปวงชนชาวไทยของท่านพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ด้วยอายุเพียง 35 ปีเท่านั้น ผมจึงรีบไปพบท่านพลเอกอาทิตย์

ที่บ้านและกราบขอบพระคุณท่านที่เมตตากรุณาสนับสนุนให้เป็นรัฐมนตรี แต่พลเอกอาทิตย์ท่านกล่าวกับผมว่า คนที่สนับสนุนคุณจริง ๆ คือท่านนายกรัฐมนตรี เพราะเมื่อวานท่านพลเอกชาติชายโทรศัพท์มาหา บอกว่าจะปรับครม. และให้รัฐมนตรีมา 3 ตำแหน่งกับพรรคปวงชนชาวไทย แต่มีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง ท่านต้องการที่จะให้พรรคปวงชนชาวไทยเสนอชื่อให้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นรัฐมนตรีด้วย ท่านพลเอกอาทิตย์จึงได้ทำตามเงื่อนไขด้วยการเสนอชื่อผมให้ท่านพลเอกชาติชายพิจารณาให้ผมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในคณะรัฐบาลของท่าน ผมจึงออกจากบ้านพลเอกอาทิตย์และไปกราบขอบพระคุณท่านพลเอกชาติชายที่บ้าน ผมยังจำได้ว่าได้กราบเรียนท่านพลเอกชาติชายว่าตอนเลือกตั้ง

เมื่อ 24 กรกฎาคม 2531 ผมแข่งขันกับท่าน ท่านได้เบอร์ 4 ผมได้เบอร์ 16 แล้วผมกับท่านก็ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส. โคราชเข้ามาด้วยกัน ท่านพลเอกชาติชายเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นรัฐบาลส่วนผมเป็นฝ่ายค้าน แต่วันนี้ท่านกรุณาให้เกียรติสนับสนุนให้ผมซึ่งเป็นคู่แข่งทางการเมืองกับท่านเข้ามาเป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก ท่านพลเอกชาติชายพูดกับผมว่า ประเทศชาติต้องมีคนรุ่นที่ส่องไว้เสมอ ท่านอายุ 70 แล้ว ก็ต้องสร้างคนรุ่นหลังเอาไว้ทำงานให้กับประเทศชาติ และการเมืองต้องมีความร่วมมือกัน ก่อนการเลือกตั้งเราเรียกว่าการเมือง แต่หลังเลือกตั้งเราเรียกว่าบ้านเมือง หมายความว่าก่อนการเลือกตั้งแข่งขันกันแบบการเมือง แต่หลังเลือกตั้งต้องนึกถึงบ้านเมืองก่อน ทุกคนต้องมาช่วยกันทำงานโดยไม่ต้องคิดว่าเราอยู่ตรงข้ามกัน ผมยังจดจำสิ่งที่ท่านพูดกับผมไว้จนกระทั่งวันนี้ คือความยิ่งใหญ่และสปิริตของผู้ยิ่งใหญ่ทางการเมืองของท่านพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ

ขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านนะครับที่ได้ไปร่วมงานและรำลึกถึงพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีคนที่ 17 กันในวันนั้น ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ

#เอมหาชัย
#เอมหาชัยhttps://www.kochasrinews.com
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์