พตอ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ‘รองโฆษกตร.’ พูดมีนัย ม็อบป่วนช่วงนี้มีอะไรแอบแฝง เร่งตรวจสอบหาหลักฐานสอยท่อน้ำเลี้ยง
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่แยกดินแดง ซึ่งเป็นจุดที่กลุ่มทะลุแก๊สนัดรวมตัวทำกิจกรรมอีกครั้ง โดยพ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า เมื่อวานมีการนัดทำกิจกรรมประมาณ 7 จุด (ยกเลิกไป 1 จุด) และพื้นที่ดินแดงมีความสุ่มเสี่ยงซึ่งทางเจ้าหน้าที่จับตาดูอยู่ไม่อยากให้ทำกิจกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมายโดยเฉพาะการรวมตัวและแพร่ระบาดโรคติดต่อ รวมถึง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

สาเหตุที่ตำรวจต้องออกมาแสดงตนเพราะมีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย อำนวยความสะดวกการจราจรผู้สัญจรไปมา ซึ่งพื้นที่นี้ที่ผ่านมาเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อการก่อเหตุความไม่สงบ และเป็นพื้นที่ความรับผิดชอบของ สน.ดินแดง ในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา มีคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงเกิดขึ้น 250 กว่าคดี อยากเตือนผู้ที่คิดจะออกมาให้ไปศึกษาข้อกฎหมายให้ดี ถ้าออกมามีความเสี่ยงจะถูกดำเนินคดี ถ้าออกมาเอาความสนุกอย่าทำ ตำรวจก้อมีเหตุผลที่ออกมาบังคับใช้กฎหมาย

ถามว่าพื้นที่นี้จะรุนแรงเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ รองโฆษก กล่าวว่า ต้องกลับไปถามผู้ก่อเหตุช่วงนี้มีอะไรทำไมถึงออกมาก่อเหตุช่วงนี้ มีอะไรแอบแฝงหรือใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ตำรวจพยายามหาการข่าวเพื่อรักษาความเรียบร้อยเต็มความสามารถตามกรอบของข้อกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายไม่มีเจตนาให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ถ้ามีการใช้กระสุนยางแก๊สน้ำตาพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้กระทบผู้ที่อยู่ใกล้เคียง ฝากไปถึงผู้มาก่อเหตุให้เห็นใจชาวบ้าน ตอนนี้บ้านเมืองกำลังเข้าวสู่ภาวะปกติ รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ประชาชนสามารถทำมาหากิน รอมากว่า 2 ปี อยากให้ทุกอย่างมันดีขึ้น

“การออกมาก่อเหตุเจ้าหน้าตำรวจได้ทำการตรวจสอบพิสูจน์ตัวบุคคลหรือท่อน้ำเลี้ยง ซึ่งจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายเมื่อถึงเวลา ทั้งการออกหมายเรียก หมายจับ ส่วนท่อน้ำเลี้ยงอยู่ในการข่าวของตำรวจอยู่แล้ว แต่เปิดเผยไม่ได้ว่าใครที่เป็นท่อน้ำเลี้ยง เพราะที่ผ่านมามีผู้สนับสนุนผู้ที่เป็นตัวการ ซึ่งเป็นเรื่องปกติมีคนหนุนหลังที่ต้องดำเนินการให้ครบถ้วนว่าเข้าข่ายหรือไม่อย่างไร การดำเนินคดีกับใครต้องดูที่พยานหลักฐานเป็นหลัก

และการออกมาของเจ้าหน้าที่เป็นการแสดงกำลังให้ประชาชนทั่วไปให้ประชาชนเกิดความอุ่นใจคุ้มครองชีวิตทรัพย์สินประชาชน ในทางกลับกันเป็นการป้องปรามไม่ให้ผู้ที่คิดจะออกมาก่อเหตุ หรือถ้าอยากออกมาก็ต้องคิดใหม่”
ทั้งนี้ ตั้งแต่ ก.ค.63 มีการชุมนุมเกือบ 4,000ครั้งทั่วประเทศ ดำเนินคดีไปแล้วกว่า 1,300 คดี เฉพาะกรุงเทพฯ 850 คดี พื้นที่ สน.ดินแดง 255 คดี สะท้อนให้เห็นว่าการชุมนมไม่ใช่การชุมนุมเรียกร้องทางการเมือง เป็นการก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อย มีผลกระทบต่อประชาชน ฝากว่าการเรียกร้องประชาธิปไตย มีหนทางหรือวิธีทางการเรียกร้องประชาธิปไตยจากรัฐบาล

ตำรวจมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายให้เกิดความสงบสุขต่อบ้านเมือง เอาประชาชนเป็นหลัก ถ้าออกมามั่นใจไม่กระทบสิทธิ์ผู้อื่นหรือไม่ผิดกฎหมายถ้าเชื่อแบบนั้นก็ทำ แต่ถ้าการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายตำรวจก็มีความจำเป็นบังคับกฎหมายให้เกิดความผาสุกต่อประชาชน..
จี้กง…(ชงข่าว-ลงขวดเล่า)







