วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม 2565 นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน พร้อมด้วยนางศลิษา ภิรมย์รัตน์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุบลราชธานี นายศุภภิมิตร เปาริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายสมเจตน์ เต็งมงคล ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี ข้าราชการ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี
ร่วมกิจกรรม ปลูกต้นไม้ตามโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู ป่าชายเลน ป่าต้นน้ำ และป้องกันไฟป่า เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2565 โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี อำเภอเมืองอุบลราชธานี องค์การบริหารส่วนตำบลหนองขอน และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์

ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน ได้ร่วมกันกำหนดกิจกรรมปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2565 ณ พื้นที่ป่าชุมชนบ้านหนองไหล หมู่ที่ 12 ตำบลหนองขอน อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เนื้อที่รวม 10 ไร่ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2532 อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปีเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ เพื่อเป็นการให้ความสำคัญและคุณค่าของต้นไม้โดยร่วมกันจัดกิจกรรมให้ชาวบ้านและภาคประชาชนมีจิตสำนึกร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน

อีกทั้งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน จังหวัดอุบลราชธานี มีเป้าหมายปลูกป่าและฟื้นฟูป่า ในปี พ.ศ. 2563 – 2570 เนื้อที่รวม จำนวน 9,664.54 ไร่ โดยมีแผนปลูกป่า ปี พ.ศ. 2563 – 2565 ปีละ 100 ไร่ และที่เหลือให้ดำเนินการปลูกให้ครบตามเป้าหมาย ทั้งนี้ จังหวัดอุบลราชธานี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด และระดับอำเภอ รณรงค์ปลูกป่าทุกพื้นที่ มีแผนการปลูกของสำนักบริหาร พื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) รวม 1,344 ไร่ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี รวม 2,824 ไร่ รวมถึงได้แจ้งทุกหน่วยงานราชการและทุกอำเภอ ร่วมดำเนินการ

ซึ่งปี พ.ศ. 2563 ได้ปลูกป่าไปแล้วรวมเนื้อที่ 360 ไร่ ในปี 2564 ปลูกป่าไปแล้ว จำนวน 859 ไร่ ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้กล่าวชื่นชมการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้ให้ทั้งหน่วยงานรัฐและประชาชนทุกหมู่เหล่า ได้ร่วมกันเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ


ต้นไม้ คือ ทรัพยากรธรรมชาติที่ช่วยเปลี่ยนแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ ด้วยการสังเคราะห์แสงมาเป็นปัจจัย 4 ที่อยู่อาศัย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และยังผลิตออกซิเจนให้กับมนุษย์โลก รวมถึงการลดมลพิษสิ่งแวดล้อมต่างๆ ของโลก ล้วนแต่อาศัยต้นไม้ทั้งสิ้น และสภาวะปัจจุบัน มนุษย์เพิ่มขึ้น การบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น เป็นพื้นที่ทำกินและอยู่อาศัย ทำให้พื้นที่สีเขียวลดลง


การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือโลกร้อนเพิ่มขึ้นทุกปี นั่นคือหายนะกำลังทำลายโลก เกิดภัยพิบัติ และวิกฤติที่รุนแรงเพิ่มขึ้น ทุกคนในโลกใบนี้จะต้องช่วยกันปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นแนวทาง BCG ของทุกประเทศที่จะต้องร่วมกันดำเนินการต่อไป

สุมาลี สมเสนาะ/ข่าว
ศรีสมร บุญวิจิตร/ภาพ
จักรกฤษณ์ มาลาสาย /บก.ข่าว
แหล่งที่มา:สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี








