ย้อนประวัติศาสตร์ความเป็นมา #อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยครั้นเมื่อปี พ.ศ. 2482 สมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้สร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขึ้น เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายหลักในการปกครองประเทศ ซึ่งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั้นตั้งอยู่กลางถนนราชดำเนินกลาง ตัดกับถนนดินสอ โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2483#ความหมายสัญลักษณ์และส่วนประกอบในการก่อสร้าง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นรูปหล่อลอยตัว ประกอบด้วยรูปเล่มรัฐธรรมนูญในสมุดไทย ประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า สร้างด้วยทองแดง มีความสูง 3 เมตร หนัก 4 ตัน ตั้งบนฐานรูปทรงกลมด้านบนโค้งกลม ลานอนุสาวรีย์ยกสูงมีบันไดโดยรอบ รอบนอกลานอนุสาวรีย์มีครีบทรงแบน อยู่ 4 ทิศ ที่โคนครีบ มีภาพแกะสลักลายปั้นนูน และมีรั้วเตี้ย ๆ กั้นโดยรอบลานอนุสาวรีย์ รั้วนี้ใช้ปืนใหญ่โบราณจำนวน 75 กระบอก ฝังดินโผล่ท้ายกระบอกขึ้นมา เป็นเสา คล้องโซ่เชื่อมต่อกัน โดยสัญลักษณ์ต่าง ๆ ภายในอนุสาวรีย์ประกอบด้วย1. ปีกทั้ง 4 ด้านของอนุสาวรีย์ สูงจากแท่นพื้น 24 เมตร รัศมียาว 24 เมตร หมายถึง วันที่ 24 มิถุนายน วันที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง2. ปืนใหญ่ 75 กระบอกโดยรอบ หมายถึง พ.ศ. 2475 ปีที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง3. ภาพดุนที่ฐานปีก หมายถึง ประวัติการดำเนินงานของ “คณะราษฎร” ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง4. พานรัฐธรรมนูญตั้งบนป้อมกลางสูง 3 เมตร หมายถึง เดือนที่ 3 คือเดือนมิถุนายน เดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (เดิมการนับปีใหม่ เริ่มจากเดือนเมษายน เป็นเดือนที่ 1)5. พระขรรค์ 6 เล่ม ประกอบบานประตูรอบป้อมกลาง หมายถึง หลัก 6 ประการของคณะราษฎร อันเป็นนโยบายของคณะราษฎร ได้แก่ หลักเอกราช หลักความปลอดภัย หลักเศรษฐกิจ หลักเสมอภาค หลักเสรีภาพ และหลักการศึกษาที่มา พิพิธภัณฑ์รัฐสภา : https://parliamentmuseum.go.th/2564/monument-democracy.pdf#tpchannel






