วันเสาร์, พฤศจิกายน 7, 2026
หน้าแรกการเมือง“ทวี” ลั่นแก้ กม.ใหม่ ต้องไม่มีติดคุกฟรี ก้าวหน้าสุดในเอเชีย

“ทวี” ลั่นแก้ กม.ใหม่ ต้องไม่มีติดคุกฟรี ก้าวหน้าสุดในเอเชีย

- 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่
“ทวี” ลั่นแก้ กม.ใหม่ ต้องไม่มีติดคุกฟรี ก้าวหน้าสุดในเอเชีย
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์รายการ The key ไขการเมือง….เรื่องใกล้ตัว” ในหัวข้อ “รู้จักกฎหมายใหม่ ค่าชดเชยติดคุกฟรี”
ถาม : ผู้ต้องหาติดคุกฟรี ไม่ว่ากรณีที่ศาลยกฟ้อง อัยการสั่งไม่ฟ้อง มันทำให้เรามองว่ากระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยมีปัญหาไหม
พ.ต.อ.ทวี : อันนี้ก็เป็นหลักการสำคัญในของคดีอาญา โดยหลักการคนเป็นผู้ต้องหาเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ในรัฐธรรมนูญเราบอกว่าตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสินถึงที่สุด จะมองผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิดไม่ได้ ในระหว่างที่ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเหมือนผู้กระทำผิดไม่ได้ นี่คือเป็นหลัการสิทธิมนุษยชน
เพราะว่าในคดีอาญาเราอยากให้ทุกคนได้รับการประกันตัว แต่เนื่องจากว่ามีเงื่อนไขทางกฎหมายที่ศาลท่านพิจารณา หรือพนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการคัดค้านไปว่าคนนี้จะหลบหนี หรือจะมายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ศาลก็ไม่ได้ให้ประกัน
แต่อย่างไรก็ตาม หากศาลไม่ให้ประกัน อำนาจของพนักงานสอบสวนมีสูงสุดแค่ 84 วันในการควบคุมตัว แต่อัยการต้องสอบสวนให้เสร็จ ซึ่งในระหว่างนี้เราเรียกเขาว่า “ผู้ต้องหา” คือบุคคลถูกกล่าวหา แต่ถ้าศาลรับฟ้องแล้ว จึงจะเรียกเขาว่าเป็น “จำเลย”
ก็มี 2 ตอน คือตอนที่เป็นผู้ต้องหา ก็คือตอนที่ไปจับกุม แล้วภายใน 48 ชั่วโมง ต้องไปฝากขังศาล ในลักษณะอย่างนี้มีประมาณ 60,000 คนที่ศาลไม่ให้ประกัน พอไม่ให้ประกันศาลก็ออกหมายขังไปอยู่ที่ตามเรือนจำต่างๆ แม้แต่คดีดิไอคอน พอศาลไม่ให้ประกัน ก็อยู่ในเรือนจำ
อย่างไรก็ตาม กฎหมายให้อำนาจของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการต้องทำการสอบสวน หรือต้องทำการฟ้องภายใน 84 วัน ในระหว่างนี้ถ้าเกิดว่าอัยการฟ้อง บุคคลนั้นก็เป็นจำเลย ก็อยู่ในเรือนจำต่อถ้าศาลไม่ให้ประกัน แต่ถ้าอัยการไม่ฟ้องก็ต้องปล่อยตัว
ในกรณีนี้ก็คือว่าเป็นหลักการสากล เพียงแต่ว่าในขณะนี้เรายังไม่มีกฎหมายที่จะไปคุ้มครองว่า การเป็นผู้ต้องหาเมื่ออัยการยกฟ้องแล้ว จะต้องจ่ายเงินในฐานะผู้เสียหาย หรือจำเลยที่ถูกขังใน 84 วัน ส่วนนี้กฎหมายยังไม่มี
ขณะนี้ทางกระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเห็นว่า เรื่องนี้เราควรจะคุ้มครองคนที่ถูกขังเหมือนถูกขังฟรี ถ้าเกิดว่าเป็นเรื่องที่อัยการสั่งไม่ฟ้องแล้วไม่ได้ประกันตัว ก็ควรที่จะจ่ายเงินค่าชดเชยการถูกขังในระหว่างที่อัยการสั่งไม่ฟ้องในระหว่างเป็นผู้ต้องหา ตอนนี้กฎหมายได้ถูกเสนอเข้าไปที่สภาแล้ว โดยรัฐบาลเสนอไป
ถาม : ถ้าเราคุยกันทีละท่อนอย่างที่เรียนสอบถามว่า ในเมื่อเกิดปัญหาแบบนี้ เรามองว่ากระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยมีปัญหาไหม
พ.ต.อ.ทวี : การที่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการไม่ฟ้อง ไม่ใช่หมายความว่าเขาไม่ใช่ผู้กระทำความผิด แต่เนื่องจากพยานหลักฐานไม่พอฟ้องในดุลยพินิจของอัยการ อย่างเคสที่เกิดขึ้น “ดิไอคอน” พอกลับมาในชั้นของพนักงานสอบสวน เขาอาจจะมีแย้งไปก็ได้ เพราะต้องดูเหตุผลของอัยการ
ถาม : ถ้าเราพุ่งไปกรณีของการติดคุกฟรี มันทำให้เราเห็นว่าจำเป็นต้องมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไหม ท่านรัฐมนตรีก็บอกไว้ว่า เอาเข้าจริงๆ คือผู้ถูกกล่าวหายังคงต้องเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา
พ.ต.อ.ทวี : ถามว่าจะต้องปฏิรูปไหม กฎหมายที่มีอยู่ และกระบวนการที่เป็นอยู่ขณะนี้ มีความเป็นสากลพอ เพียงแต่ว่าการไม่ให้ประกันนั้น ศาลอาจจะมองว่าไปหลบหนี จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งเราก็เคารพในดุลยพินิจศาล ในขณะนี้กระทรวงยุติธรรมก็ผลักดันคดีระหว่าง (ระหว่างการพิจารณา ศาลยังไม่พิพากษาถึงที่สุด เด็ดขาด) อยากจะให้ใช้มาตรา 89/1 ก็คือ ศาลอาจจะสั่งให้ไปขังที่บ้านก็ได้ หรือติดกำไลอีเอ็มก็ได้ หรือกำหนดเงื่อนไขก็ได้ ซึ่งอันนี้ก็เป็นหลักการที่หลายๆ ประเทศทำกัน
ตอนนี้เรามี พ.ร.บ.ค่าตอบแทนสำหรับจำเลยในคดีอาญาด้วย (พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2559) แต่ต้องตกเป็นจำเลยก่อน
คำว่า “จำเลย” คือบุคคลที่ศาลรับฟ้องแล้ว มีการฟ้องและศาลประทับรับฟ้องคือจำเลย แต่ผู้ต้องหาคือ แจ้งข้อหา แต่ยังไม่ได้ฟ้องต่อศาล ผู้ต้องหาถ้าถูกจับกุมอยู่ได้สูงสุด 84 วัน ส่วนจำเลยจะยาวเลย กว่าศาลชั้นต้นจะตัดสิน ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา บางที่ 4-5 ปีก็มี
ถ้าเป็นกรณีที่ศาลตัดสินถึงที่สุด จะยาว 4-5 ปีหรืออย่างไรก็ตาม ถ้าศาลยกฟ้อง จำเลยก็จะมายื่นขอรับค่าตอบแทนค่าชดเชยที่ต้องติดคุกในฐานะจำเลย ซึ่งจะเริ่มนับหนึ่งในวันที่เป็นจำเลย ชดเชยวันละ 500 บาท ค่าเสียโอกาสตามพื้นที่ อาจจะ 300 บาท คือค่าเสียโอกาสเรื่องการทำงานอะไรต่างๆ ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่คุ้ม แต่มันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่รัฐจะแสดงว่าคุณเป็นผู้บริสุทธิ์ รัฐถึงต้องมาจ่ายเงินให้ แต่จะคุ้มกับการที่ต้องมาติดคุกหรือไม่…มันไม่คุ้ม
ถาม : มีขั้นตอนการจ่ายอย่างไร
พ.ต.อ.ทวี : เราก็จะมีคณะกรรมการ ซึ่งต้องเรียนว่ากฎหมายเดิมเราอาจจะไปทำให้ถูกตีความ อย่างบางทีศาลใช้คำว่า “ยังสงสัยอยู่ (ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย) เราก็เลยไม่จ่ายกับคนนี้ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญเราเขียนไว้แล้วว่า ถ้าศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด แสดงว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ เราจะมาสันนิษฐานสูงกว่ารัฐธรรมนูญ…ก็ไม่ควรจะมีอย่างนั้น ก็เลยเสนอแก้กฎหมายไป ที่ว่าสงสัย ยกฟ้องให้ ก็คือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ก็จะได้รับค่าชดเชยที่ต้องติดคุกฟรี
ถาม : ยังมีวิธีการอื่นใดอีกไหมที่ทางผู้ต้องหาหรือจำเลยจะสามารถดำเนินการได้ในกรณีการติดคุกฟรี เพราะอย่างที่บอกไปว่า ไม่มีใครรู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินชดเชย หรือค่าเสียหายที่ได้รับ
พ.ต.อ.ทวี : คืออันนี้เป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่รัฐเข้าไปดูแลยกระดับ แต่ว่าสิ่งที่ผู้เสียหายจะทำก็ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ก็มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเจ้าหน้าที่ได้ ถ้าเกิดมีการกลั่นแกล้ง หรือการกระทำดังกล่าวทำให้ตัวต้องเสียหาย
ส่วนมาตรการจะเยียวยาทางสังคม ในกระทรวงยุติธรรมจะใช้เรื่อง “กองทุนยุติธรรม” เข้าไปช่วยเหลือเพื่อให้ความเป็นธรรม เช่น ขณะนี้กองทุนยุติธรรมที่เราใช้มากที่สุด ก็คือการประกันตัว แต่ว่าต้องเรียนว่า อำนาจการประกันตัวมันเป็นอำนาจของศาล
ถาม : ถ้าผู้เสียหายจะไปฟ้องรัฐเพื่อที่จะเรียกค่าเสียหายจากการละเมิด เอาเข้าจริงๆ เขาทำได้แค่ไหน
พ.ต.อ.ทวี : เขาก็ทำได้ แต่ว่าเราก็มีการฟ้องเยอะนะ วันนี้เราต้องยอมรับว่า เมื่อหลักสากลของความยุติธรรม เราใช้ศาลถือว่าเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ในการจะจับกุมคนจะต้องขอหมายศาล ซึ่งศาลก็ต้องดูพยานหลักฐานมีมูลน่าเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
ส่วนใหญ่ศาลก็จะให้ประกันนะ เรามีปริมาณคดีเยอะมาก ส่วนที่ศาลไม่ให้ประกันก็คือ อาจจะเป็นเรื่องที่อัตราโทษสูง หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรืออาจจะมีการคัดค้านการประกัน แล้วตำรวจหรืออัยการก็มีหลักฐาน พอผู้เสียหายร้องไป ศาลอาจจะไม่ให้ประกัน
ถาม : การผลักดันกฎหมายครอบคลุมไปยังคนที่ยังไม่ได้ถูกฟ้องคดี แต่ว่าถูกฝากขังให้ได้รับสิทธิ์ค่าชดเชย อันนี้ถ่อว่าเป็นความก้าวหน้าในกระบวนการกฎหมายไทยอย่างไรบ้าง
พ.ต.อ.ทวี : เป็นอีกครั้งหนึ่งที่มีความก้าวหน้าที่คุ้มครองสิทธิ์คนที่เป็นผู้ต้องหา เดิมเราคุ้มครองสิทธิ์คนเป็นจำเลย คำว่าเป็นผู้ต้องหา คือชั้นสอบสวนแล้วไม่ให้ประกัน แล้วอัยการก็สอบมาครบ 84 วันแล้วไม่ให้ประกัน ซึ่งกฎหมายที่เราเสนอขึ้นไป ถ้าคนดังกล่าวอัยการไม่ฟ้อง เราก็จะให้เขาได้รับค่าชดเชยที่เขาต้องมาติดคุกด้วย อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะผล้กดัน
นอกจากนั้น เราก็ไปคุ้มครองคนที่เป็นจำเลย ซึ่งในกฎหมายเดิมเราเขียนว่า “ต้องเป็นผู้บริสุทธิ์” คำพิพากษาตอนท้าย ศาลจะลงว่า “ศาลสงสัย” เมื่อสงสัยก็เป็นประโยคที่คาบเกี่ยวบริสุทธิ์-ไม่บริสุทธิ์ ซึ่งส่วนใหญ่คณะกรรมการก็ถือว่าอันนี้ยังไม่บริสุทธิ์ ยังมีความสงสัยอยู่ ก็จะไม่จ่าย ซึ่งเราก็จะเขียนไปแก้ตรงนี้เลย เพราะศาลยกฟ้อง ก็ถือว่าเขาไม่มีความผิด เป็นผู้บริสุทธิ์อยู่
กฎหมายตอนนี้ส่งไปสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ถ้าจะไปถึง สว.ก็คงจะได้เห็นกฎหมายนี้ภายในปีนี้แน่นอน
ถาม : แนวทางในการป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนติดคุกฟรี เรายังมีอะไรอีกบ้างที่สามารถดำเนินการได้
พ.ต.อ.ทวี : วันนี้ก็การคุ้มครองครบเลย ไม่ติดคุกฟรีแล้ว ถ้าคุณเป็นผู้ต้องหา ถ้ากฎหมายนี้ออก รัฐก็เข้าไปชดเชยให้ แต่การได้เงินแค่นี้ไม่เพียงพอ ไม่คุ้มกับความเสียหาย ซึ่งการยกระดับวันนี้ การสืบสวนของตำรวจ อัยการเป็นมืออาชีพมากขึ้น เพราะเรามี พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการอุ้มหายฯ (พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565) การคุ้มครองสิทธิ์ ไม่ว่าคุณเข้ามาอยู่ในส่วนไหน ไม่ว่าจะอยู่ในเรือนจำ จะไม่มีใครมาทำร้ายคุณแล้ว เพราะจะมีกล้องดูตลอด
อย่างเช่นเมื่อเร็วๆ นี้ มีการถามว่ามีผู้ต้องหาคนนั้นคนนี้เข้าไปเรือนจำกลัวว่าจะถูกซ้อมหรือไม่ นี่คือเรือนจำจะมีกล้อง ถ้าใครจะมาทำร้าย ใครจะมาทำอะไร เราก็จะรู้ นี่คือเป็นความก้าวหน้าอีกอันหนึ่ง ซึ่งเราก็ต้องคุ้มครองสิทธิ์
แต่ว่าเราก็อยากให้สังคมคำนึงถึงผู้เสียหายด้วย ซึ่งถือว่าเขาเป็นเหยื่อ บางครั้งการไปหนักข้างใดข้างหนึ่งจนเกินไปมันทำให้ไม่สมดุล การที่ตำรวจไม่จับ หรืออัยการหรือพนักงานสอบสวนไม่ฟ้อง ในมุมของประชาชนไม่ได้หมายถึงว่าเขาคือผู้บริสุทธิ์นะ เพียงแต่เราใช้คำว่า “พยานหลักฐานไม่พอ” ซึ่งมันอยู่ที่ดุลยพินิจ
ผมถือว่าประเทศไทยเราได้ก้าวเรื่องการคุ้มครองสิทธิ์ไปสูงสุดแล้ว มี พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการอุ้มหายฯ ที่จะปกป้องคนแบบถ้าทำเด็มที่ก็ 100 เปอร์เซนต์จะไม่ถูกทรมานและไม่ถูกกระทำที่ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมุนษย์ได้ แล้วพอมีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาฯ ขึ้นมาอีก มันก็ครอบคลุม อาจจะถือว่าเป็นประเทศแรกในเอเซียที่ยกระดับคุ้มครองอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญาได้อย่างเต็มที่
ถาม : อันนั้นมันเป็นปลายทาง ถ้าเกิดว่าดูก่อนหน้านั้น กรณีที่เราอาจจะให้เขาพิสูจน์ตัวเองอยู่ภายนอกเรือนจำมั นมีความเป็นไปได้แค่ไหน
พ.ต.อ.ทวี : อันนี้รัฐธรรมนูญสั่งไว้เลย คือ คดีที่เป็นผู้ต้องหาทุกคนต้องให้ประกัน การไม่ให้ประกันศาลอาจจะต้องมีเหตุผล อันนี้คือพลวัตในการพัฒนาต้องมีต่อไป แต่ว่ากฎหมายที่มีอยู่ในขณะนี้ ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องธำรงค์ไว้ซึ่งความสัตย์ซื่อ แล้วก็ทำกฎหมายให้ไปถึงเจตนารมย์ของกฎหมาย
ถาม : กฎหมายที่มีในประเทศไทยเมื่อเทียบกันกับในต่างประเทศ…
พ.ต.อ.ทวี : การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพเราจะสูงกว่าในต่างประเทศ เรามีกฎหมายป้องกันการทรมานและอุ้มหายฯ ประเทศอื่นๆ ไม่มีนะ ไม่กล้ามี หรือวันนี้เรารับแผนธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแรงงาน เรื่องที่ดิน เรื่องปกป้องนักสิทธิมนุษยชน คือระดับของกฎหมายประเทศไทย เราเคารพเรื่องสิทธิมนุษยชนสูง
รวมไปถึงเรื่องการจ่ายค่าเสียหาย ชดเชย เยียวยา ของเราก็ดีกว่าต่างประเทศด้วย เพราะบางประเทศบางที่ไม่มีการชดเชย เราต้องยอมรับว่าเหตุที่เขาหลุดออกมาก็ดี เนื่องจากพยานหลักฐานไม่พอ เขาอาจจะเป็นผู้กระทำผิดก็ได้
แล้วหลายคนก็ค้านสายตาว่าออกมาได้อย่างไร วิ่งเต้นหรือเปล่า หรืออะไรอย่างนี้นะ ซึ่งอันนี้ก็เป็นกรณีไปนะ เชื่อว่าระดับกฎหมายของเราตอนนี้สามารถคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชน หรือเรียกว่าอำนวยความเป็นธรรมได้มากทีเดียว
ถาม : อยากจะย้ำอะไรไปถึงประชาชนเพื่อให้เกิดความมั่นใจ
พ.ต.อ.ทวี : เรื่องของความเป็นธรรมเป็นเรื่องสำคัญ ในขณะนี้รัฐบาลเราประกาศว่าจะยึดหลักนิติธรรม คำว่า “หลักนิติธรรม” คือว่าจะต้องไม่ใช่กฎหมายอยู่เหนือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จะต้องไม่ใช่กฎหมายอยู่เหนือความเป็นธรรม ถ้าเราจะไปให้ถึงจุดนั้น เราจะทำอย่างไรให้เครื่องมือที่มีอยู่ถูกใช้อย่างเป็นรูปธรรม
วันนี้ประชาชนมีเครื่องมือเยอะ เพียงแต่ว่าเราเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์ยึดอำนาจมา ได้รัฐบาลประชาธิปไตยยังไม่ถึง 4 ปีเลย หลังจากนี้ก็น่าจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น
อยากจะเรียนว่า ในฐานะของกระทรวงยุติธรรมหน้าที่หลักๆคือ
1.เราจะปกป้องคุ้มครองประชาชนในการแก้ปัญหาอาชญากรรมให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย
2.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน
3.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
#เอมหาชัย
#เอมหาชัยhttps://www.kochasrinews.com
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์