วันที่ 15 ก.ย. 67 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม 1 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง โดยมี นางศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการพยากรณ์และการบริหารจัดการน้ำ ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ผู้บริหารกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทุกเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทุกจังหวัด เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Webex)
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทยว่า ขณะนี้หลายจังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง กำลังเผชิญกับน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย และจังหวัดริมแม่น้ำโขงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์อุทกภัยขยายวงกว้างมากขึ้น
สถานการณ์ล่าสุด ณ วันที่ 15 กันยายน 2567 เวลา 06.00 น. พบว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจำนวน 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ หนองคาย เลย อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และปราจีนบุรี รวม 39 อำเภอ 182 ตำบล 797 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 30,073 ครัวเรือน
จากการพยากรณ์สภาพอากาศและปริมาณน้ำสะสมของกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ คาดการณ์ว่า ปริมาณฝนจะยังคงตกหนักในบางพื้นที่ เนื่องจากอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
นายอนุทิน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนที่ประสบภัยและได้สั่งการให้เร่งระดมช่วยเหลือโดยด่วน โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หากจังหวัดใดงบประมาณไม่เพียงพอ ให้รีบขอขยายวงเงินทดรองราชการ เพื่อไม่ให้การเยียวยาช่วยเหลือสะดุด สำหรับพื้นที่ที่น้ำท่วมลดลงและเริ่มคลี่คลายแล้ว ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งสำรวจความเสียหายของครัวเรือนประชาชน เพื่อดำเนินการฟื้นฟูและเยียวยาอย่างเร็วที่สุด
นายอนุทินยังเน้นย้ำถึงความสำคัญในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนกลางและพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในอนาคต การให้ความช่วยเหลือประชาชนจะต้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และลดผลกระทบจากสถานการณ์ให้น้อยที่สุด โดยจังหวัดที่ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยต้องเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างในที่อยู่อาศัย จัดศูนย์พักพิงชั่วคราวให้เพียงพอ และดูแลการดำรงชีพเบื้องต้นให้เหมาะสม
นอกจากนี้ การเตรียมการฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย เช่น การทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน เปิดเส้นทางคมนาคมให้สามารถสัญจรได้ตามปกติ และการประสานสถาบันการศึกษาให้นำนักศึกษาเข้าร่วมซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ
นางศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวเสริมว่า อว. ได้ร่วมสนับสนุนทีมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยในกระบวนการแจ้งเตือนข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชน โดยใช้เครื่องมือ เช่น โดรน เพื่อเสริมการวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ภัย
นายอนุทินสรุปว่า การประชุมในวันนี้มุ่งเน้นการติดตามสถานการณ์ การให้ความช่วยเหลือ และการเตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์ในระยะต่อไป โดยจะมีการบูรณาการทุกกระทรวง กรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและการให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพสูงสุด

อนุทิน” เปิดกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จับมือ อว.เปิดวอร์รูมน้ำแจ้งเตือนข้อมูลสถานการณ์
-






