วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
หน้าแรกข่าวด่วนเร่งย้ายพระ-ผู้บำบัดยา วัดดัง ไปเขาชนไก่ หลังถูกร้องเรียน โดนทรมาน เรียกค่าไถ่

เร่งย้ายพระ-ผู้บำบัดยา วัดดัง ไปเขาชนไก่ หลังถูกร้องเรียน โดนทรมาน เรียกค่าไถ่

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

ผู้ว่าฯ ย้ายพระ-ผู้บำบัดยา วัดดังเมืองกาญจน์ ไปเขาชนไก่ชั่วคราว หลังถูกร้องเรียน โดนทรมาน เรียกค่าไถ่ ด้านเจ้าอาวาสเครียดมรณภาพ

ล่าสุด วันที่ 20 ก.ย. 64 ผู้อำนวยการศูนย์บำบัด เผยว่า วันนี้พระครูปลัดประสิทธิ์ ลตินธโร เจ้าอาวาสวัดท่าพุราษฏร์บำรุง ได้มรณภาพลงก่อนที่ทางทีมงานของทนายไพศาล จะเดินทางมาถึงที่วัดเพียง 15 นาที โดยเจ้าอาวาสสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว ประกอบกับเครียดต่อเรื่องราวดังกล่าว จนอาการทรุดลง จนทางลูกศิษย์นำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนจะมรณภาพลง

ต่อมา หมอปลาพร้อมด้วยทนายไพศาล เดินทางไปที่วัดดังกล่าว เพื่อพูดคุยกับพระและเจ้าหน้าที่ของศูนย์บำบัด พร้อมขอให้เปิดเรือนนอน เพื่อจะได้พูดคุยสอบถามข้อเท็จจริงจากกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัด แต่ทางศูนย์บำบัดไม่ยอมเปิด โดยอ้างเหตุผลด้าน ความปลอดภัย ทำให้ หมอปลา โทรหา นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อให้ช่วยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของ ศูนย์บำบัดเปิดประตูเรือนนอน

จากนั้น นายจีระเกียรติ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางลงพื้นที่วัดด้วยตนเอง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามข้อร้องเรียนหรือไม่ พร้อมพูด คุยกับกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดที่ถูกขังอยู่ภายใน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีรับปากว่าจะพยายามพูดคุยหาทางออก เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็วที่สุด จากนั้น ได้ร่วมพูดคุยกับทางพระและเจ้าหน้าที่ของศูนย์บำบัด รวมถึงหมอปลาและทนายไพศาล

หมอปลา ยืนยันว่า ตนได้รับการร้องเรียน รวมถึงมีหลักฐานยืนยันว่าสถานบำบัดแห่งนี้ มีการทำร้ายร่างกายผู้เข้ารับการบำบัด มีการกักขังผู้เข้ารับการบำบัดไว้ในโรงนอนที่มีความแออัด และมีห้องน้ำเพียง 2 ห้อง ขณะที่มีผู้เข้ารับการบำบัดอาศัยอยู่ภายในเรือนนอนถึง216 คน พร้อมขอให้ผู้ว่าฯ พูดคุยสอบถามข้อมูลกับกลุ่มผู้บำบัดโดยตรง เนื่องจากเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของศูนย์จะปิดบังข้อมูลไม่ให้ข้อเท็จจริง

ต่อมา กลุ่มเจ้าหน้าที่ของศูนย์บำบัด เกิดความไม่พอใจจนมีปากเสียงโต้เถียงกันไปมาหลายครั้ง หลังการพูดคุยราว 20 นาที ผู้ว่าฯจึงได้สรุปว่า จะได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 17 นำรถทหาร มารับกลุ่มผู้บำบัด ที่อยู่ในเรือนนอนจำนวน 216 คน รวมถึง กลุ่มผู้บำบัดที่บวชเป็นพระสงฆ์อยู่ภายในกุฏิอีกหลายสิบคน ไปอยู่ที่ค่ายทหารเป็นการชั่วคราว


เนื่องจากเห็นว่าสถานที่เรือนนอนภายในศูนย์บำบัดมีความคับแคบ แออัด และไม่มีความพร้อมในการดูแลผู้เข้ารับการบำบัดจำนวนมาก จึงให้มีการเคลื่อนย้ายผู้เข้ารับการบำบัดทั้งหมดกว่า 300 คน ไปอยู่ที่ค่ายฝึก เขาชนไก่เป็นการชั่วคราวโดยทันที หลังขนย้ายกลุ่มผู้บำบัดเสร็จเรียบร้อย ได้มีการจัดทำประวัติของกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัด พร้อมติดต่อครอบครัว ให้เข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่และตัดสินใจว่าจะรับกลุ่มผู้บำบัดกลับบ้าน หรือจะส่งไปเข้ารับการบำบัดที่อื่นต่อ

ในส่วนของศูนย์บำบัดแห่งนี้ จำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงให้มีความเหมาะสมและพร้อมรองรับผู้เข้ารับการบำบัดจำนวนมาก แต่หากไม่สามารถปรับปรุงได้ก็อาจจะต้องปิดรับ ผู้เข้ารับการบำบัดไปโดยปริยาย ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะต้องขึ้นอยู่กับการหารือกับทางศูนย์บำบัดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่กลุ่มผู้เข้ารับการบำบัด ซึ่งถูกขังอยู่ภายในเรือนนอน ทราบข่าวว่าจะได้ออกจากศูนย์บำบัดแห่งนี้ ต่างตะโกนร้องด้วยความดีใจและกล่าวขอบคุณผู้ว่าฯ รวมถึงหมอปลาและทนายไพศาล และเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ที่ช่วยให้กลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดได้หลุดพ้นออกไปจากสถานที่แห่งนี้

ต่อมา เวลา 19.30 น. รถทหารจากมณฑลทหารบกที่ 17 ได้เริ่มเดินทางมารับ กลุ่มผู้บำบัดไปอยู่ที่ค่ายฝึกเขาชนไก่ทันที โดยจะขนย้ายผู้เข้ารับการบำบัดทั้งหมดกว่า 300 คน ให้เสร็จสิ้นภายในคืนนี้ เนื่องจากผู้บำบัดส่วนใหญ่เกรงว่า หากยังต้องนอนค้างคืนที่ศูนย์บำบัดในคืนนี้อาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้

ทั้งนี้ จากการสอบถามข้อมูลกับกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัด ทราบว่า ในการมาเข้ารับการบำบัดนอกจากจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 12,000 บาท ทันทีที่เข้ามารับการบำบัดแล้ว ทุกคนจะต้องถูกส่งมาอยู่ในเรือนนอนซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียว ที่มีความแออัด และมี ห้องน้ำเพียง 2 ห้อง ไม่เพียงพอกับจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดที่มากถึง 216 คน

หากผู้เข้ารับการบำบัดรายใดไม่อยากอยู่ในเรือนนอน ก็จะต้อง ยินยอมบวชเป็นพระสงฆ์ เพื่อจะได้ไปอาศัยอยู่ในกุฏิของพระสงฆ์ แต่ในการจะบวชพระนั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองอีก 20,000 บาท แลกกับการจะได้บวชเป็นพระและไม่ต้องอยู่ในเรือนนอน

Cr : Khaosod Online

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์