วันพฤหัสบดี, เมษายน 30, 2026
หน้าแรกต่างประเทศไวรัสนิปาห์ ระบาดใน อินเดีย องค์การอนามัยโลก เตือน เชื้อร้ายแรงกว่า โควิด

ไวรัสนิปาห์ ระบาดใน อินเดีย องค์การอนามัยโลก เตือน เชื้อร้ายแรงกว่า โควิด

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

ไวรัสมรณะ นิปาห์ ระบาดในอินเดีย ผู้เชี่ยวชาญชี้ ร้ายแรงยิ่งกว่าโควิด ยังไม่มียารักษา ไม่มีวัคซีน ใครติดเชื้อ มีโอกาสตาย 75%

ทางการอินเดียยืนยัน เริ่มพบการระบาดของไวรัสหายาก ที่มีชื่อว่า นิปาห์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในแวดวงสาธารณสุขว่า เป็นเชื้อที่มีความรุนแรงมากกว่าโควิด-19 “หลายเท่าตัว”

ขณะนี้ พบเด็กชายวัย 12 ปี ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เสียชีวิตแล้ว 1 รายที่เมืองโกชิโกเด ในรัฐเกรละ ทางภาคใต้ของอินเดีย โดยผลตรวจจากห้องแล็บ เมื่อวันที่ 7 กันยายนยืนยันแล้วว่า เขาติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ไม่ใช่เชื้อโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในพื้นที่เช่นกัน

นอกจากเด็กชายวัย 12 ปีที่เสียชีวิตแล้ว ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในพื้นที่อีกอย่างน้อย 11 คนที่เริ่มแสดงอาการแล้ว และอีกมากกว่า 100 คน ยังไม่แสดงอาการ แต่มีประวัติการสัมผัสใกล้ชิดกับเด็กคนที่ตาย

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ไวรัสนิปาห์ เป็นไวรัสที่มีความร้ายแรงอย่างมาก เพราะมีโอกาสสูงถึง 75 เปอร์เซ็นต์ที่ผู้ติดเชื้อจะเสียชีวิต และนี่ทำให้ ไวรัสนิปาห์ เป็นเชื้อมรณะที่น่ากลัวยิ่งกว่าเชื้อโควิด และเชื้อในตระกูลโคโรนาไวรัสทุกสายพันธุ์บนโลก

ทั้งนี้ ไวรัสนิปาห์ ถูกพบครั้งแรกในโลกที่ประเทศสิงคโปร์ และบางส่วนของมาเลเซีย เมื่อปี ค.ศ.1999 ซึ่งทำให้มีผู้ติดเชื้อในครั้งนั้นเกือบ 300 คน และทำให้มีผู้เสียชีวิตในสิงคโปร์และมาเลเซียไปมากกว่า 100 ราย

โดยผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ค้างคาวผลไม้ และหมู คือสัตว์ที่แพร่เชื้อชนิดนี้มาสู่มนุษย์ในตอนแรก ก่อนที่ไวรัสที่มีต้นกำเนิดจากสัตว์ชนิดนี้ จะ “พัฒนาตัวเอง” กลายเป็นไวรัสที่ระบาด “จากคนสู่คน” ในเวลาต่อมา

อาการเบื้องต้นของคนที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ในระยะแรกจะเริ่มด้วยการมีไข้ มีอาการไอ เจ็บคอ จากนั้นจะเริ่มหายใจไม่ออก และเชื้อนิปาห์จะเริ่มลามเข้าสู่สมอง ทำให้เกิดการติดเชื้อในสมองอย่างรุนแรง

องค์การอนามัยโลก ยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีวัคซีนและไม่มียาตัวใดที่สามารถรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ได้ สิ่งเดียวที่แพทย์สามารถทำได้คือการรักษาแบบตามอาการ และประคองอาการไปเรื่อยๆ เท่านั้น

โดยผู้ติดเชื้อนิปาห์รายใดที่รอดชีวิต จะต้องกลายเป็นผู้ที่มีอาการผิดปกติทางสมอง และมีอาการสั่น ชักกระตุก รวมถึงมีปัญหาในการเคลื่อนไหวร่างกาย ต่อเนื่องไปตลอดชีวิตที่เหลือ

ขอบคุณภาพข่าว : Amarin 34hd

Chanoknaun/คชสีห์นิวส์ 12
Chanoknaun/คชสีห์นิวส์ 12http://www.kochasrinews.com
บรรณาธิการข่าวอาสาสมัครและกู้ภัย

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์