สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นประธานพิธีเททองหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ สำนักช่างสิบหมู่ จังหวัดนครปฐม
วันที่ 28 มีนาคม 2567 เวลา 12.42 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นประธานพิธีเททองหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ สำนักช่างสิบหมู่ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครปฐม รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คณะผู้บริหาร สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เฝ้าถวายสักการะ
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ในพื้นที่ราชพัสดุ ถนนทหาร (เกียกกาย) เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งแบบแปลนของอาคารรัฐสภาจะมีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหน้าอาคาร จึงได้หารือกับกรมศิลปากรฯ และพิจารณาว่าเห็นควรจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ขนาดสี่เท่าพระองค์จริง ให้เหมาะสมกับอาคารขนาดใหญ่ ซึ่งกรมศิลปากรได้รับผิดชอบการออกแบบและดำเนินการก่อสร้าง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ ใช้ระยะเวลารวมทั้งสิ้น 48 เดือน กำหนดเป็น 4 ขั้นตอน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ 4 คือการเททองหล่อโลหะพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ
ทั้งนี้ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ที่พระองค์ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามแก่ประชาชนชาวไทย อีกทั้งเพื่อให้ผู้บริหาร สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ตลอดจนปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ได้กราบไหว้สักการะบูชา ยึดเหนี่ยวจิตใจ ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์สละพระราชอำนาจ เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนปกครองประเทศไทยตลอดมาจนถึงปัจจุบัน






