วันอาทิตย์, พฤษภาคม 3, 2026
หน้าแรกการเมืองสภา ผ่านร่างสมรสเท่าเทียมแล้ว ดันไทยเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สภา ผ่านร่างสมรสเท่าเทียมแล้ว ดันไทยเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

มติท่วมท้น สภาผู้แทนราษฎร ผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม 400 เสียง ต่อ 10 เสียง หนุนคนหลากหลายทางเพศแต่งงานกันได้ กมธ. ตบมือเกรียวกราว ถือเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อเวลา 14.03 น. วันที่ 27 มีนาคม 2567 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ …) พ.ศ…. ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับสมรสเท่าเทียมของกลุ่มหลากหลายทางเพศ ภายหลังจากมีการอภิปรายอย่างกว้างขวางในวาระ 2 จนครบ 38 มาตรา

จากนั้นประธานในที่ประชุมได้เรียกสมาชิกลงมติ ในวาระ 3 โดยมีผู้ลงมติจำนวน 414 คน ปรากฏว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เห็นด้วย 399 เสียง + 1 เสียง

ไม่เห็นด้วย 10 เสียง

งดออกเสียง 2 เสียง

ไม่ลงคะแนน 3 เสียง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการลงมติว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ โดยมีผู้ลงมติจำนวน 401 คน ปรากฏว่า

เห็นด้วย 393 เสียง

ไม่เห็นด้วย 3 เสียง

งดออกเสียง 1 เสียง

ไม่ลงคะแนน 4 เสียง

ทำให้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทำให้คณะกรรมาธิการต่างปรบมือ และโบกธงสีรุ้งด้วยความดีใจ

สำหรับเนื้อหาของร่างกฎหมายดังกล่าว ได้กำหนดให้การสมรสหรือแต่งงานครอบคลุมบุคคลทุกเพศ ไม่จำกัดแค่เพศชายและเพศหญิง พร้อมทั้งให้อายุการสมรสเป็น 18 ปี จากเดิม 17 ปี และการบัญญัติคำว่า “บุพการีลำดับแรก” ในกฎหมายให้มีสิทธิและหน้าที่เทียบเท่าบิดามารดา

ทั้งนี้ ประเทศไทย จะถือเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชีย ที่ผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม

ขณะที่ นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ในฐานะ ปธ.คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แถลงต่อสื่อมวลชนว่า ร่างดังกล่าวใช้เวลาในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้กว่า 12 ครั้ง เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนครึ่ง กระทั่งบัดนี้ได้ทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชนว่าจะเร่งดำเนินการให้กฎหมายฉบับนี้ สำเร็จก่อนการปิดสมัยประชุมสภาฯ นี้  โดยจะเสนอให้สมาชิกวุฒิสภา พิจารณาและลงมติประมาณวันที่ 2 เมษายนนี้ พร้อมเปิดเผยว่า ตนได้พูดคุยกับ สว.หลายคน เมื่อมองแล้วเป็นไปในทิศทางบวกที่จะโหวตผ่านให้ในชั้นวุฒิสภา และในส่วนของกฎหมายอัตลักษณ์ทางเพศ นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ จะยื่นกลับเข้ามาสู่สภาอีกครั้ง หลังเปิดสมัยการประชุมสภาฯ

นายดนุพร กล่าวต่อว่า ประชาชน ชาย หญิง จะยังคงได้รับสิทธิตามเดิมทุกประการ ยืนยันว่ากฎหมายนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อใครคนหนึ่ง แต่เป็นคนๆทยทุกคน อีกทั้งต้องการคืนสิทธิ์ให้กลุ่ม LGBTQ ที่คนเหล่านี้เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ตามสิทธิเสรีภาพของรัฐธรรมนูญ อีกทั้งเป็นการคืนทั้งสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล สิทธิ์ในการลงชื่อเพื่อยินยอมในการรักษา สิทธิ์ในการเบิกจ่ายภาษีเมื่อมีคู่สมรส รวมถึงสิทธิ์ในการซื้อประกันชีวิตประกันสุขภาพที่มีทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ให้แก่กลุ่ม lgbtq+ และประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมเกิดขึ้น ซึ่งเป็นการยกระดับประเทศไทยในสายตาทั่วโลก ที่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวข้องกับความเท่าเทียมของประชาชน.

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์