20 ก.ค.66) นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยนายยกเหล่าแล้วเคลื่อนขบวนออกจากท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี นำมาประดิษฐาน ณ บริเวณโถง ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเตรียมอัญเชิญร่วมขบวนในงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2566กาชาดจังหวัดอุบลราชธานี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา และประชาชน
อัญเชิญเทียนพรรษาพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาประดิษฐานบนรถบุษบก

แล้วเคลื่อนขบวนออกจากท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี นำมาประดิษฐาน ณ บริเวณโถง ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเตรียมอัญเชิญร่วมขบวนในงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2566

เทียนพรรษาพระราชทาน เป็นเทียนหล่อสำเร็จประดับด้วยลายไทย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 นิ้ว สูงประมาณ 1 เมตร ทรง 8 เหลี่ยม ลำต้นสีแดง ตรงโคนและยอดเป็นสีทอง มีฐานเป็นไม้ทรง 8 เหลี่ยม คล้ายพานรองรับ สิ่งของที่พระราชทานพร้อมกับต้นเทียน 3 อย่าง ได้แก่ ใจฝ้ายสำหรับทำไส้เทียน 1 ใจ เทียนชนวนทำจากขี้ผึ้งแท้ 1 เล่ม และไม้ขีด 1 กลัก

เมื่อปี พ.ศ.2522 คณะกรรมการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ได้พิจารณาร่วมกันว่า งานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานีเป็นงานใหญ่ระดับชาติ และมีการประชาสัมพันธ์ไปยังนานาชาติ สมควรที่จะมีสิ่งที่เป็นมงคลหรือเป็นหลักชัย และสัญลักษณ์ของงานที่มีความยิ่งใหญ่และสำคัญ จึงพร้อมใจกันกราบบังคมทูลขอพระราชทานเทียนพรรษา จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในเทศกาลเข้าพรรษา เป็นกรณีพิเศษ

เพื่ออัญเชิญเป็นเทียนชัยมิ่งมงคลนำขบวนแห่เทียนพรรษา และนำไปบูชาพระรัตนตรัยในพระอารามหลวง แห่งใดแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม ที่พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเทียนพรรษาแก่จังหวัดอุบลราชธานี ตามความประสงค์

และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีในขณะนั้น (นายประมูล จันทรจำนงค์) พร้อมคณะ ซึ่งเป็นผู้แทนคณะกรรมการจัดงานฯ เข้าเฝ้ารับพระราชทานเทียนพรรษาจากองค์ท่าน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ก่อนวันเริ่มงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประมาณ 7 วัน

แล้วคณะได้อัญเชิญเทียนพรรษาพระราชทานมาทางเครื่องบิน และมีพิธีรับอย่างสมพระเกียรติ พร้อมอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นเทียนชัย มิ่งมงคลในงานและนำขบวนแห่เทียนพรรษาต่อไป

นับจากปี พ.ศ.2522 เป็นต้นมา จังหวัดอุบลราชธานี จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานตลอดมา ซึ่งเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง อย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นที่ปลาบปลื้มแก่พสกนิกรชาวอุบลราชธานีอย่างยิ่ง











