วันอังคาร, มิถุนายน 16, 2026
หน้าแรกไอที‘ไมโครซอฟท์’ ตีโจทย์ดิจิทัล หนุนไทยปฏิรูปธุรกิจ ก้าวสู่ 'Born in Thailand’

‘ไมโครซอฟท์’ ตีโจทย์ดิจิทัล หนุนไทยปฏิรูปธุรกิจ ก้าวสู่ ‘Born in Thailand’

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

วางเป้าหมายในการ “สร้างคน สู่อนาคต เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่า” ภายใต้โจทย์ใหญ่ ทำอย่างไรให้ประเทศไทยก้าวจาก “Made in Thailand” ไปสู่ “Born in Thailand”

เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในการเชื่อมโยงโลกปัจจุบันเข้ากับอนาคต ประกอบด้วย เมตาเวิร์ส,เอไอ, ควอนตัมคอมพิวติ้ง รวมถึงการทำงานแบบไฮบริด

ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย กล่าว พร้อมเปิดมุมมองว่า ถึงแม้เทคโนโลยีทั้ง 4 นี้จะมีความโดดเด่นในตัวเองอยู่ไม่น้อย แต่ทิศทางการพัฒนาที่น่าสนใจที่สุดจะมาจากการผสมผสานเทคโนโลยีเหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อนำไปปรับใช้กับปัญหาจริง

เช่น การจับคู่เมตาเวิร์สกับการทำงานแบบไฮบริด หรือ เอไอ กับควอนตัม การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออนาคตเหล่านี้ทำให้ต้องย้อนกลับมาตั้งคำถามว่า “ทศวรรษหน้า ประเทศไทยจะต้องเดินต่อไปทางไหน?”

ก้าวสู่ ‘Born in Thailand’

ผลสำรวจ World Digital Competitiveness Ranking ของสถาบัน IMD จากสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อช่วงปลายปี 2564 ระบุว่า ไทยถูกจัดอยู่ในลำดับ 38 จากทั่วโลกซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างหลายจุดที่ยังต้องเติมเต็ม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านทักษะเชิงดิจิทัล การจ้างงานในสายงานเชิงวิทยาศาสตร์และเทคนิค และ การจดสิทธิบัตรด้านนวัตกรรม ทั้งหมดนี้นำไปสู่โจทย์ใหญ่ที่ว่า ทำอย่างไรให้ประเทศไทย ก้าวจาก “Made in Thailand” ไปสู่ “Born in Thailand”

ดังนั้นพันธกิจของไมโครซอฟท์ วางเป้าหมายในการ “สร้างคน สู่อนาคต เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่า” (Empowering Thailand’s Futuremakers) เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคต่อไปได้อย่างมั่นคง เสริมจุดแข็งในฐานะผู้ผลิต ต่อยอดสู่ความเป็นผู้คิดค้น

โดยสามารถแบ่งออกได้เป็นภารกิจใน 3 ด้านหลักๆ ได้แก่ สร้างคน : ทักษะเชิงดิจิทัล และการเรียนรู้ในทุกระดับ สู่อนาคต : เทคโนโลยีที่เสริมศักยภาพในการคิดและสร้างสิ่งใหม่ๆ อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่า : ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อนำทั้งทักษะและเทคโนโลยีมาสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้จริง

นอกจากนี้ หลายปีที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์และวงการเทคโนโลยีในภาพใหญ่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนให้ “คลาวด์” กลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานใหม่ในการทำธุรกิจทั่วโลก

สานต่อความร่วมมือทุกมิติ

สำหรับการ สร้างคน ไมโครซอฟท์ยังคงเดินหน้าเสริมทักษะเชิงดิจิทัลให้กับคนไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสร้างทักษะให้คนไทย 10 ล้านคน ภายในปี 2024

ด้านเทคโนโลยีสู่อนาคต นำเสนอเทคโนโลยีในหลากหลายด้านที่ตอบสนองความต้องการด้านนวัตกรรมของธุรกิจในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็น การปรับ Hybrid Work ให้เวิร์ก (Making Hybrid Work work) สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ทุกคน ทุกหนแห่ง (Innovate anywhere) กับนวัตกรรมจำนวนมากบนคลาวด์

พร้อมกันนี้ ด้านความปลอดภัย (Secure your future) ยังคงพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เท่าทันภัยร้ายในโลกดิจิทัล และรักษาไว้ซึ่งแนวคิด Zero Trust

ส่วนความร่วมมือกับหลากหลายภาคส่วนเพื่อสร้างประเทศไทยที่ดีกว่า ขณะนี้มีทั้งกับ เอไอเอส, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), ปตท., ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, เอสซีจี, บ้านปู เน็กซ์, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ท้าทาย ‘ดิจิทัล ดิสรัปชัน’

นอกจากตัวอย่างความร่วมมือข้างต้นแล้ว ไมโครซอฟท์ยังได้นำโซลูชัน “Cloud for Sustainability” มาเริ่มปรับใช้กับหลายองค์กรในประเทศไทย เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutral) ภายในปี 2593 และก้าวสู่สถานะ “Net Zero” เต็มตัวในปี 2608

จากความร่วมมือที่มีความชัดเจนกับพันธมิตรต่างๆ ในไทยวันนี้ คาดว่าภาพของ “Born in Thailand” จะสามารถเห็นได้ในอนาคตอันใกล้ ด้านไมโครซอฟท์ไทยเองได้เพิ่มบุคลากรกว่า 20-30% หลักๆ เน้นด้านการสร้างความสำเร็จให้ลูกค้า

สำหรับภาพรวมการลงทุนไอทีในประเทศไทย ขณะนี้พบว่าทุกอุตสากรรมยังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ที่แอคทีฟอย่างมากคือ ธุรกิจธนาคาร ประเมินขณะนี้นับว่าธนาคารไทยมีความก้าวหน้าอย่างมากในระดับภูมิภาค

ที่น่าจับตามองคือ ความท้าทายในการปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ รวมถึงการนำเทคโนโลยีไปใช้ในการยกระดับการบริหารจัดการ การลดต้นทุน รองรับภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป และปูทางด้านสร้างความยั่งยืน ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ แตกต่างไปตามกลยุทธ์ของธุรกิจนั้นๆ 

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์