“กล้องไลลา ถูกกระบอง คฝ. ตี”ไลลา
ยุติความรุนแรงต่อช่างภาพและคนทำงานสื่อสารมวลชน.
เขียนข้อความส่งเข้ามาให้พวกเรา Realframe อ่าน พร้อมภาพเลนส์ของเธอที่กระจกชิ้นหน้าแตกละเอียด พวกเราพยายามไถ่ถามด้วยความเป็นห่วง เธอจึงเล่าให้พวกเราฟัง.
“ไลลานั่งรถเมล์มาถึงอนุสาวรีย์ฯ ตอนบ่ายสอง เห็นนอกเครื่องแบบกำลังจัดรั้วกั้นถนนที่จะไป ราบ 1 พอผู้ชุมนุมเริ่มเดินลงถนน ไลลา ก็ตามไปถ่ายรูป ตอนนั้น คฝ. พยายามเข้าล้อมผู้ชุมนุม ผู้ชุมนุมเริ่มปาขวดน้ำกับถุงสีใส่ คฝ. การ์ดก็พยายามห้ามผู้ชุมนุมเอาไว้”
“เผลอนิดเดียว คฝ. เริ่มยิงกระสุนยาง คนเริ่มวิ่งหนี คฝ. เริ่มล้อมผู้ชุมนุมจากทุกทิศทาง ไลลา พยายามถ่ายรูปไปด้วย วิ่งหนีไปด้วย คฝ. เริ่มไล่ต้อนคนที่อยู่ตรงอนุสาวรีย์ชัย พยายามเข้าจับคนที่อยู่ใกล้ๆ ไลลา ไลลาเลยหันกล้องไปถ่ายคนที่กำลังถูกจับ”“คฝ. หันมาเห็น ไลลา แล้วก็ตี ไลลาไม่รู้ว่า เขาตั้งใจตีแขน หรือตีกล้อง แต่กระบองโดนเลนส์ แล้วก็ไหล่ของไลลา”
“สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เราตกใจ เราแต่งตัวเป็นนักข่าวนะ เราไม่ได้พกอาวุธ เราไม่ได้ปาขวดน้ำ หรือทำร้ายเจ้าหน้าที่เลย ที่ผ่านมา ไลลา โชคดีมาตลอด เพราะหลายๆครั้งที่ คฝ. ยิงกระสุนยาง ไลลาก็อยู่ในวิถี แต่ก็ไม่เคยโดน ไม่เคยเจ็บ ไม่คิดว่า วันนี้จะมาถึง วันที่ไลลาโดนกับตัวเอง”
“แต่สิ่งที่ตกใจมากกว่าการโดนกระบอง คฝ. ตี คือ มีช่างภาพข่าวอยู่ห่างจากไลลาไม่ถึงเมตร ไลลามั่นใจมากๆว่า เขาจะเห็นจังหวะที่ คฝ. ตีไลลา แต่พอไลลาไปถาม เขากลับบอกว่า เขาไม่เห็นอะไรเลย”“ไลลา อยากเป็นนักข่าว มาถ่ายม็อบ ครั้งแรกตอนปี 62 ที่มีคนใส่เสื้อดำไปรวมตัวที่สกายวอล์ค ปทุมวัน ตอนนั้นไปในฐานะผู้ชุมนุมที่มีกล้อง เพราะไลลารู้สึกว่า การชุมนุมมันน่ากลัว ถ้าไปในฐานะผู้ชุมนุมเฉยๆ อาจโดนจับ ถ้าไปแบบมีกล้องอาจจะปลอดภัยกว่า ม็อบถัดมา
ต้นปี 63 ไลลาก็ยังเอากล้องไป เพราะอยากให้ตำรวจเห็นว่าเราเป็นสื่อ คงจะปลอดภัย จนหลังจากวันที่ 18 กรกฎา 63 ที่คนไปม็อบกันเยอะๆ ไลาลาถึงเริ่มรู้สึกว่า ม็อบไม่น่ากลัวเหมือนเมื่อก่อน” “ที่ไลลามาม็อบ ก็แค่อยากส่งเสียงของม็อบออกไป ไลลาเลยเริ่มลงภาพใน IG ตั้งแต่ยังไม่ค่อยมีคนลงภาพม็อบ จนตอนนี้ ภาพม็อบถูกเผยแพร่เป็นเรื่องปกติ”“วันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับไลลา ทำให้ไลลารู้สึกว่า การมาม็อบในฐานะนักข่าว หรือคนมีกล้องไม่ได้ทำให้ไลลารู้สึกอันตรายน้อยลงแล้ว เพราะตำรวจยกระดับการสลายการชุมนุมมากขึ้นเรื่อยๆ”“แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับไลลาวันนี้ จะไม่ทำให้ไลลากลัวหรือไม่กล้ามาม็อบหรอก เพราะถ้าไลลาไม่มา หมายความว่า ไลลายอมแพ้ ไลลาเชื่อว่า ที่ตำรวจทำแบบนี้ เพราะเขาต้องการทำให้เรากลัว และจะได้ไม่กล้าถ่ายรูปไปประจานเขาอีก แต่คิดว่า ยิ่งโดนแบบนี้ไลลาก็ต้องยิ่งมา เพราะมันเป็นวิธีการตอบโต้ในแบบที่เราทำได้ คือ ทำงาน”
.สำหรับไลลา ตาเฮ อายุ 25 ปี จากบ้านที่สงขลามาเรียนกรุงเทพฯ Realframe เห็นไลลาติดตามถ่ายภาพการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ไลลา ฝากผลงานภาพอันน่าตื่นตา ในฐานะช่างภาพอิสระให้สำนักข่าวหลายสำนักทั้งไทย และต่างประเทศ แม้ไม่เคยได้ พูลิตเซอร์ หรือเกียรติยศใดๆ แต่ศักยภาพของเธอไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร ในสายงานที่เธอรักRealframe ในฐานะประชาชน และช่างภาพ อาจรวมถึงสื่อมวลชนก็ได้ ไม่อยากเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับไลลาในวันนี้ เกิดขึ้นกับประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศคนไหนอีก จึงอยากเพียงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐ มอบเสรีภาพในการนำเสนอข่าว ความจริง และปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึง “ความเป็นมนุษย์” เพราะ ไม่ว่าคุณ “คฝ.” “รัฐบาล” หรือ “เรา” ล้วนเป็น “มนุษย์” เหมือน และเท่าเทียมกัน.“เราอยากให้สังคมถกเถียงกันเรื่องนี้ เรื่องที่ สื่อ-ประชาชนถูกทำร้าย อยากให้มีคนช่วยเหลือเรา เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่าจะสามารถเรียกร้องอะไร จากใครในเรื่องนี้ ที่ผ่านมา สังคมพูดกันแต่เรื่องที่สื่อมีปลอกแขนโดนทำร้าย โดน คฝ. ยิงกระสุนยาง แต่ยังไม่เห็นมีใครเรียกร้องให้ปกป้องคนที่เป็นสื่อแบบไม่มีปลอกแขน เหมือนไลลา ก็รู้สึกว่า สังคมน่าจะหันมาพูดถึงเรื่องนี้ให้มากขึ้นบ้าง”
ไลลา บอกกับเรา.ไลลา เคยฝากผลงานไว้ที่ Realframe / benarnews.org / Rice Media / ตลอดจนสื่อออนไลน์ที่เป็นกระบอกเสียงให้กับประชนตัวเล็กอีกหลายๆสื่อ แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่ใช่สื่อกระแสหลักที่รับรองโดยกรมประชาสัมพันธ์แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างในการใช้ความรุนแรง หรือในฐานะของประชาชนก็ควรมองกันให้เป็นคนเหมือนพวกคุณเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำรอยกับคนทำงานสื่อสารมวลชน ไม่ว่าสื่อกระแสหลักหรือสื่อทางเลือก รัฐควรปรับเปลี่ยนมุมมองตลอดจนทำความเข้าใจต่อ “สื่อใหม่” (New Media) เพื่อแนวทางในการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในระดับสากล#ม็อบ11สิงหา#journalistisnotacrime
ล่าสุด นายปรีชา วัชระนัย อุปนายกสมาคมสมาพันธ์นักข่าว ประเทศไทย “ได้รับหนังสือร้องเรียนจาก คุณไลลา ตาเฮ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทางคุณปรีชา อุปนายกฯ ได้ประสานไปยัง ท่าน ส.ส. ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ท่านอนุญาตให้นำเรื่องนี้ส่งให้ กลุ่มงานคณะกรรมาธิการการตำรวจ นำเสนอเข้ามายังวาระการประชุมของ กมธ.ตำรวจ ในรอบวันประชุมถัดไป คุณปรีชา วัชระนัย จะพา คุณไลลา ตาเฮ ไปยื่นหนังสือร้องเรียน ในวันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 10:00 น. สภาผู้แทนราษฎร ณ ขอเรียนเชิญพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านด้วยความเคารพ “คุณปรีชา กล่าว”










