วันอังคาร, เมษายน 28, 2026
หน้าแรกทั่วไปสมุทรปราการ บุกทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้าข้ามชาติย่านแพรกษา ยึดล็อตใหญ่กว่า 200 ล้านบาท ตะลึง เงินสะพัดวันละล้าน

สมุทรปราการ บุกทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้าข้ามชาติย่านแพรกษา ยึดล็อตใหญ่กว่า 200 ล้านบาท ตะลึง เงินสะพัดวันละล้าน

อ่านข่าวนี้กดที่นี่
สมุทรปราการ บุกทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้าข้ามชาติย่านแพรกษา ยึดล็อตใหญ่กว่า 200 ล้านบาท ตะลึง เงินสะพัดวันละล้าน

 

บุกโกดังบุหรี่ไฟฟ้าข้ามชาติย่านแพรกษา ยึดของกลางกว่า 20,000 ชิ้น มูลค่า 200 ล้าน ตำรวจชี้เงินหมุนเวียนวันละล้าน เตรียมขยายผลฟอกเงินสาวถึงต้นตอเครือข่ายออนไลน์รายใหญ่

 

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 28 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังบุกทลายโกดังลักลอบเก็บบุหรี่ไฟฟ้าเครือข่ายออนไลน์รายใหญ่ ย่านถนนแพรกษา ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ยึดของกลางได้มากกว่า 20,000 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท พร้อมเตรียมขยายผลยึดทรัพย์และดำเนินคดีฐานฟอกเงิน หลังพบยอดเงินหมุนเวียนสะพัดกว่าวันละ 1 ล้านบาท

 

ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้สนธิกำลังร่วมกับชุดสืบสวนนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจค้นโกดังดังกล่าว หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านเว็บไซต์ โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้วิธีการล่อซื้อและสะกดรอยติดตาม จนกระทั่งพบแหล่งพักสินค้าขนาดใหญ่แห่งนี้

 

พล.ต.อ.นิรันดร เปิดเผยว่า สินค้าที่ยึดได้ทั้งหมดเป็นสต็อกที่เตรียมไว้สำหรับการจำหน่ายทางออนไลน์ ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติการซื้อขายในระบบคอมพิวเตอร์ พบว่ามีเงินหมุนเวียนในแต่ละวันจำนวนนับล้านบาท ทั้งนี้ บุหรี่ไฟฟ้ายังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งมีความผิดทั้งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ประกาศกระทรวงพาณิชย์ และ พ.ร.บ.ยาสูบ “บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กและเยาวชน การปราบปรามอย่างเด็ดขาดจึงเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี สำหรับของกลางที่พบเบื้องต้นมีประมาณ 20,000 ชิ้น ซึ่งตำรวจจะขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและยานพาหนะที่เกี่ยวข้อง เราไม่ได้จับแล้วจบแค่นี้ แต่จะมีการขยายผลและนำมาตรการยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงินมาบังคับใช้ร่วมด้วย เพื่อสาวให้ถึงต้นตอมากที่สุด” รอง ผบ.ตร. กล่าว

 

รอง ผบ.ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยไม่มีโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าเนื่องจากเป็นสิ่งผิดกฎหมาย สินค้าทั้งหมดจึงถูกลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งแม้ในบางประเทศจะเป็นสินค้าควบคุมที่สามารถซื้อขายได้ แต่สำหรับประเทศไทยถือว่าผิดกฎหมาย โดยจะต้องสืบสวนต่อไปว่ามีการลักลอบนำเข้ามาทางช่องทางใด รวมถึงผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อคนเดินทางหรือผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ ซึ่งหากมีสารเสพติดหรือเข้าข่ายความผิด ก็ต้องถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ยาสูบ เช่นเดียวกัน

 

นอกจากนี้ พล.ต.อ.นิรันดร ยังระบุทิ้งท้ายว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมานั้น ทางศูนย์ฯ ขอยืนยันว่าจะดำเนินการกวาดล้างและปราบปรามอย่างจริงจังในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หากได้รับเบาะแสไม่ว่าจะเป็นรายย่อยหรือรายใหญ่ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล หรือต่างจังหวัด จะเร่งดำเนินการจับกุมทันที

*********************************************

วิวรรธน์ สมุทรปราการ

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์