#ตะรุเตาคุกกลางทะเล ตอนที่ 2 #นิคมฝึกอาชีพ “ตะรุเตา”
#ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเพียง 4 ปี เมื่อปี พ.ศ.2479 รัฐบาล ซึ่งมีพระยาพหลพลหยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น มีนโยบายจะนำบรรดานักโทษผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายไปกักกันไว้ที่ เกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล กำหนดให้เป็น “ทัณฑสถาน“ และเป็นสถานที่กักกันสำหรับนักโทษคดีอุกฉกรรจ์และนักโทษการเมือง
#เหตุผลเพราะเกาะตะรุเตามีเนื้อที่กว้างขวางรกร้างว่างเปล่ามีแต่ผืนป่าและภูเขา ตัวเกาะอยู่ในท้องทะเลลึก ห่างจากแผ่นดินใหญ่ มีภูมิประเทศยากแก่การหลบหนี มีสัตว์ป่าสัตว์ร้ายชุกชุม รอบๆเกาะก็เต็มไปด้วยฉลาม ในคลองก็มีจระเข้ ช่วยควบคุมไว้อีกชั้นหนึ่ง นอกจากจะมีผู้คุมดูแลแล้ว คลื่นลมมรสุมก็รุนแรง เรือผ่านไปมาน้อยมาก สรุปแล้วมีแต่เลวร้ายหนีไปทางไหนก็พบแต่ความตายเท่านั้น อีกทั้งได้วางแผนในอนาคตสามารถที่จะพัฒนาเกาะตะรุเตาให้เจริญได้ จึงเลือกเกาะตรุเตาเป็นเขตทัณฑสถานและถ้ามีความจำเป็นต้องใช้ พื้นที่เพิ่ม สามารถขยายเขตไปถึงเกาะอาดัง เกาะราวีเกาะหลีเป๊ะได้ด้วย ในขณะเดียวกันวางแผนใช้เกาะตะรุเตาเป็นสถานที่เพื่อฝึกอบรมอาชีพให้ทุกคนมีวิชาชีพติดตัวเมื่อพ้นโทษไปแล้ว รัฐบาลจึงได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายพุทธศักราช 2479 ขึ้น
#เมื่อทุกอย่างได้ถูกกำหนดแล้ว ในปี พ.ศ.2480 คณะสำรวจคณะแรกเดินทางมายังเกาะตะรุเตา จังหวัดสตูลโดยให้หลวงพิธานทัณฑทัย เป็นหัวหน้าพร้อมด้วยพนักงานกรมราชทัณฑ์ ชั้นผู้คุมโท ผู้คุมตรีประมาณ 10 คน พร้อมด้วยนักโทษจำนวนหนึ่งที่มีความประพฤติดีจากเรือนจำกลางบางขวางและเรือนจำประจำเขตคลองเปรมร่วมกันสำรวจและบุกเบิกเกาะโดยภาระกิจของหลักคือสำรวจสถานที่เพื่อที่จะตั้งที่ทำการและหักร้างถางพง เพื่อก่อสร้างอาคารและสถานที่ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2480 คณะสำรวจก็เดินทางถึงอ่าวตะโละอุดังซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะ เริ่มด้วยการตัดถนนจากอ่าวตะโละอุดังไปยังอ่าวตะโละวาว ซึ่งอยู่ทางเหนือรวมเป็นระยะทาง 11 กิโลเมตร เพื่อเปิดหน่วยย่อยอีกหนึ่งจุด เพื่อใช้บริเวณอ่าวตะโละวาวเป็นที่ตั้งกองอำนวยการของสถานที่กักกันในอนาคตเนื่องจากบริเวณอ่าวตะโละวาวมีเนื้อที่กว้างขวาง เป็นที่ราบเหมาะแก่การขยายกิจการของสถานที่กักกัน
#การดำเนินการก่อสร้างอาคารสถานที่ ตลอดจนการปรับพื้นที่ จนเป็นรูปร่างมีอาณาบริเวณครบถ้วนตามแผนที่ได้กำหนดไว้ ตลอดจนก่อสร้างที่กักกันนักโทษเกาะตะรุเตา แล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2481 นับเป็นเวลาที่รวดเร็วเพียง11เดือนเท่านั้น เริ่มแรกได้ใช้บริเวณอ่าวตะโละอุดังเป็น สถานที่ที่คุมขังนักโทษ อ่าวตะโละอุดังตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะ มีลักษณะเป็นอ่าวเว้าเข้าไปในแผ่นดิน บริเวณโดยรอบเป็นภูเขาสูงชันปกคลุมด้วยป่าดงดิบ ยกเว้นทางทิศใต้ซึ่งเป็นอ่าวมีสันเขาทอดยาวตามแนวจากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้
#แบ่งที่ราบออกเป็นสองส่วน ด้านตะวันตกเป็นที่ปลูกสร้างเรือนพักของเจ้าพนักงาน เรือนนักโทษ สำหรับด้านตะวันออกก็มีเรือนพักของเจ้าพนักงาน และเตรียมไว้สำหรับสร้างเรือนพักของนักโทษการ เมือง ในสมัยจอมพลป.พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ส่งนักโทษการเมือง 70 คนไปเกาะตะรุเตา โดยแบ่งเนื้อที่ให้อยู่ 10 ไร่ มีธงแดงปักบอกอาณาเขตไว้เพื่อมิให้ไปคลุกคลีกับนักโทษที่มีสันดานเป็นผู้ร้าย ที่พักของนักโทษการเมือง สร้างเป็นโรงเรือนขนาดใหญ่ ปลูกสร้างด้วยไม้หลังคามุงใบหวายเป็นห้องโล่งมีเชือกกั้นเป็นช่องบอกให้รู้ว่าเป็นที่หลับนอนของใครแบ่งเป็นสองแถวมีทางเดินตรงกลางนักโทษจึงเอาปลายเท้าชนกัน
#ต่อมาเมื่อมีปริมาณนักโทษเพิ่มขึ้นที่อยู่เดิมคับแคบนักโทษต้องการอิสระ จึงได้ปลูกสร้างที่อยู่เป็นกระต๊อบหลังเล็กๆ หลังคามุงด้วยใบหวาย ฝากั้นไม้หมากพื้นใช้ไม้กระดานทั้งหมดมีอยู่ 14 หลัง พักได้หลังละสองคน ตั้งเรียงกันไปหันหน้าออกทะเล มีรั้วไม้กั้นเป็นบริเวณ ส่วนในทะเลก็มีธงแดงปักเป็นเครื่องหมายกั้นเขตไว้นักโทษการเมืองลงเล่นน้ำก็ได้อย่างอิสระ แต่ห้ามว่ายออกเขตธงแดง ใครฝ่าฝืนหรืออยากลองของ ก็ตายลูกเดียวที่นั่นพูดกันด้วยปืน ส่วนบ้านพักของผู้อำนวยการสถานีตำรวจและบ้านพักตำรวจปลูกสร้างขึ้นบนเนินสามารถมองเห็นบริเวณรอบๆได้ชัดเจน บริเวณที่ทำการอ่าวตะโละอุดังมีลำธารเล็กๆไหลมารวมกันเป็นคลองตะโละอุดังออกสู่ทะเลเป็นแหล่งน้ำจืดที่สำคัญในการหล่อเลี้ยงผู้คนบริเวณนี้
#ส่วนที่อ่าวตะโละวาวถือว่าเป็นศูนย์กลางของนิคมฝึกอาชีพ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือห่างไปราว11กิโลเมตร ได้สร้างถนนเชื่อมต่อกัน มีสำนักงานใหญ่ที่เรียกว่ากองอำนวยการตั้งอยู่บนเนินสูงทางด้านขวามือของถนนที่ไปสู่อ่าวตะโละอุดัง สำหรับกองอำนวยการสร้างเป็นเรือนยกพื้นชั้นเดียวหลังคาทรงปั้นหยามุงด้วยสังกะสีกว้างประมาณ 12 เมตรใต้ถุนสูงราวครึ่งเมตร หันหน้าออกทะเลด้านหน้ามีระเบียงเป็นที่ทำงานของแผนกอำนวยการ
#ส่วนเรือนนักโทษตั้งอยู่ริมถนนฟากเดียวกับกองอำนวยการอยู่ไม่ไกลกันนัก มีเรือนพักเจ้าพนักงาน สโมสร เรือนพยาบาล โรงเลี้ยง โรงครัว เรือนพัสดุ ตึกแดง ป้อมตำรวจ โรงเลื่อย บ้านพักตำรวจ โรงต้มเกลือ ร้านสหกรณ์ ตลอดจนสิ่งก่อสร้างอื่นๆก็ปลูกสร้างในบริเวณใกล้เคียงกัน บ้านพักของผู้อำนวยการ สถานีตำรวจ และบ้านพักตำรวจปลูกสร้างขึ้นบนเนินสามารถมองเห็นบริเวณรอบๆได้ชัดเจน สำหรับเรือนของผู้อำนวยการอีกแห่งหนึ่ง ก็ปลูกสร้างบนเนินสูงเด่นสง่ามองเห็นอาคารอื่นๆได้ชัดเจน อยู่ไม่ไกลจากชายทะเล หลังคามุงด้วยสังกะสี ภายหลังได้สร้างเรือนนักโทษเพิ่มเติม มีเรือนนักโทษหญิง กระท่อมนักโทษการเมือง และเรือนนักโทษการเมือง#กล่าวได้ว่าอ่าวตะโละวาวคือศูนย์กลางของนิคมฝึกอาชีพตั้งอยู่ในเนื้อที่กว้างใหญ่ด้านหน้าเป็นทะเลมีลำคลองไหลผ่านเป็นแหล่งน้ำจืดที่สำคัญเช่นกัน
#ในการสร้างนิคมมีการโค่นไม้เผาถ่านปราบพื้นที่แล้วปลูกผักพืชผล อาคารส่วนใหญ่จะสร้างจากไม้ซึ่งแปรรูปจากไม้ป่า หลังคามุงด้วยจาก ปูพื้นด้วยไม้กระดานเพราะไม่ต้องซื้อหามาจากไหนล้วนแล้วใช้วัสดุจากป่าเพราะมีอยู่อย่างเหลือเฟือ อาหารการกิน ได้จากการจับปลา ล่าหมูป่าไปปรุงอาหาร งานต่างๆที่ทำ ทำแบบงานเหมา มีกำหนดเวลา ใครทำไม่เสร็จ เลิกไม่ได้ บางกลุ่มต้องทำติดต่อกันถึงกลางคืน
#นอกจากนี้ยังมีหน่วยตัดถนนรอบเกาะโดยเริ่มแต่กม.ที่ 1 จากกองอำนวยการหน่วยตะโละอุดังไปทางด้านเหนือของเกาะผ่านอ่าวตะโละวาวที่กม.ที่11 เลี้ยวขึ้นเหนือไปหาดอ่าวพันเต แล้ววกลงอ่าวตะโละโป๊ะทางทิศตะวันตก เรื่อยไปจนถึงอ่าวนกแก้ว แล้วอ้อมเกาะทางทิศใต้ด้านช่องแคบสลัดจินเจ็น (คือช่องแคบระหว่างเกาะตะรุเตาและเกาะลังกาวี) ไปบรรจบกับต้นทางที่อ่าวตะโละอุดังถนนสายนี้ตัดไปได้แค่ 15 กิโลเมตร งานคั่งค้างมาจนถึงสมัยขุนอภิพัฒสุรทัณฑ์ ผู้อำนวยการนิคมฝึกอาชีพ ก็ปล่อยทิ้งค้างไว้แค่นั้น
#นิคมฝึกอาชีพแบ่งงานออกเป็น 3 แผนก แต่ละแผนกมีหัวหน้า คือ พัศดี รับผิดชอบ ได้แก่
#แผนกแรกคือแผนกอำนวยการ แบ่งออกเป็น 3 หมวด ได้แก่หมวดสารบรรณ ทำหน้าที่เกี่ยวกับหนังสือราชการการเก็บรักษาการ โต้ตอบหนังสือหมวดทะเบียนทำหน้าที่เกี่ยวกับบัญชีรายชื่อหลักฐานเกี่ยวกับนักโทษ หมวดคลังทำหน้าที่ด้านรายรับรายจ่ายเงินเดือน
#แผนกที่สองคือแผนกควบคุมแบ่งเป็น 3 หมวด ได้แก่ หมวดควบคุมดูแลและรักษาสวัสดิภาพความสงบเรียบร้อยต่างๆ หมวดแรงงาน การจัดสรรแบ่งงานให้นักโทษ หมวดเลี้ยงรับผิดชอบการเลี้ยงดูปรุงอาหารแผนกที่สามคือแผนกผลประโยชน์แบ่งเป็น 3 หมวดย่อยได้แก่หมวดบัญชีผลประโยชน์ทำหน้าที่เก็บรักษาบัญชีหลักฐานเกี่ยวกับผลประโยชน์รายได้ของนิคมหมวดหาผลประโยชน์การจัดหารายได้การจำหน่ายผลผลิตต่างๆหมวดจัดซื้อทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้และอาหารที่เลี้ยงดูแลนักโทษ
#นิคมหรือป้อมฝึกอาชีพเกาะตะรุเตา มีฐานะเป็นกองผู้บัญชาการ มีตำแหน่งเป็น ผู้อำนวยการ เป็นข้าราชการชั้นเอก มีหัวหน้ารับผิดชอบเป็นหัวหน้าแผนก มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเป็นข้าราชการลูกจ้างในตำแหน่งต่างๆได้แก่พัศดีโท พัศดีตรี ผู้คุมเอก ผู้คุมโทผู้คุมตรี นายแพทย์ผู้ช่วย นายแพทย์ผู้ช่วยพยาบาล ครูกสิกรรม ครูช่างนายท้ายเรือและช่างเครื่องจักรมีกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างครบครัน
#อาชีพที่ฝึกให้นักโทษบนเกาะตะรุเตาได้แก่#ด้านเกษตรกรรม มีการฝึกการทำสวนยางพารา สวนมะพร้าวปลูกข้าวปลูกผักต่างๆ โครงการด้านเกษตรที่ขึ้นชื่อสมัยนั้นได้แก่การเลี้ยงวัวเพื่อผลิตนมและเนย วัวถูกส่งไปบนเกาะจำนวนมากร่วม 300 ตัว มีโครงการเลี้ยงเป็ดไก่และห่านด้วย
#อาชีพที่สองได้แก่การประมง มีโครงการฝึกเกี่ยวกับการตีอวนจับปลาตามอ่าวต่างๆ มีเรืออวนลากและโป๊ะน้ำลึก ปลาที่จับได้นำมาเลี้ยงนักโทษ ทำปลาเค็ม ทุกวันนี้ยังมีบ่อหมักปลาให้เห็นเป็นหลักฐานอยู่ที่อ่าวตะโละวาว
#อาชีพที่ส ามคือ ตั้งโรงเลื่อยจักรผลิตไม้แปรรูป นอกจากจะนำมาสร้างอาคารบ้านพักของนิคมฝึกอาชีพแล้ว ก็มีโครงการส่งไม้แปรรูปไปขายที่ตัวจังหวัดท่าเรือกันตัง
#นอกจากนี้ มีโครงการประดิษฐ์วัสดุ ได้แก่การจักสานทำเครื่องหวาย เปิดสอนอาชีพช่างไม้ การก่อสร้าง การทำเครื่องเรือน การประดิษฐ์เฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆ
#อ้างอิง :#กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช. คู่มือท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตา. กรุงเทพมหานคร : บริษัท ดีดี มีเดียพลัสจำกัด , 2559
#จังหวัดสตูล. รายงานกิจการจังหวัดสตูล ประจำ ปี 2502#คำรบ นนทสุวรรณ. เมื่อสลัดครองตะรุเตาไปกวางเจาเที่ยวจีนแดง : โรงพิมพิ์เมืองสตูล , 2529
#ธำรงศักดิ์ อายุวัฒนะ. ไทยในมาเลเซีย. (พิมพิ์ครั้งที่ 2) กรุงเทพมหานคร : บริษัทสำนักพิมพิ์บรรณกิจ 1991 จำกัด , 2547
#บุญเสริมฤทธาภิรมย์. จดหมายจากตะรุเตา. กรุงเทพมหานคร : บริษัทเพาเวอร์วี อินเตอร์เนชั่น แนลจำกัด , 2549
#องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล. รวมเรื่องเมือสตูล. สงขลา : โรงพิมพิ์ไทยวัฒนาการพิมพิ์ ,2548หมายเหตุ
#เรื่องราวในครั้งนี้ เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่ง ที่ผู้เขียนได้รับการถ่ายทอดจากแหล่งต่างๆ ดังนั้นหากผู้อ่านมีความสนใจสามารถค้นหาความรู้ เพิ่มได้ตามแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ผู้อ่านอาจต้องวิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลาย ……………ใช้ดุลพินิจทีมี ตัดสินใจ
Cr. : Facebook ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโดยคนสตูล
















