วันที่ 21 ม.ค.68 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมช่องกระจก ชั้น4 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามสถานการณ์ปัญหาภัยแล้ง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ.2568 เพื่อเตรียมความพร้อมและติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง โดยมี นายายธนวัตน์ เรืองเดช รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฯ พร้อมด้วย ส่วนราชการภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ผู้แทนนายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
จากการสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งขาดแคลนน้ำด้านอุปโภคบริโภค ระหว่างวันที่ 22-30 เม.ย.67 จังหวัดประจวบมีพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชนที่ได้รับการสำรวจจำนวน 486 แห่ง โดยมีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งมาก จำนวน 172 หมู่บ้าน/ชุมชน ได้แก่ อ.เมืองประจวบฯ จำนวน 4 ตำบล 30 หมู่บ้าน/ชุมชน อ.กุยบุรี จำนวน 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน อ.ทับสะแก จำนวน 6 ตำบล 48 หมู่บ้าน/ชุมขน อ.บางสะพาน จำนวน 4 ตำบล 15 หมู่บ้าน/ชุมชน อ.บางสะพานน้อย จำนวน 1 ตำบล 6 หมู่บ้าน/ชุมชน อ.ปราณบุรี จำนวน 5 ตำบล 30 หมู่บ้าน/ชุมชน อ.หัวหิน จำนวน 5 ตำบล 34 หมู่บ้าน/ชุมชน และ อ.สามร้อยยอด จำนวน 3 ตำบล 8 หมู่บ้าน/ชุมชน โดยจังหวัดประจวบฯ ได้ออกประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยแล้ง เมื่อปี 2567 มีทั้งหมด 8 อำเภอ 33 ตำบล 1 เทศบาลเมือง 3 เทศบาลตำบล 239 หมู่บ้าน 12 ชุมชน และมีประชาชนได้รับผลกระทบ 78,429 คน 32,943 ครัวเรือน มีพื้นที่การเกษตรเสียหายประมาณ 14,651.50 ไร่ และมีการใช้จ่ายงบประมาณเงินทดรองราชการเชิงบรรเทาฯ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีภัยแล้ง ประจำปีงบประมาณ 2567 ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยแล้ว จำนวน 15,255,659.76 บาท
ด้านสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำในระบบชลประประทาน โครงการชลประทานประจวบคีรีขันธ์ ได้รายงานปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก 9 แห่งของจังหวัดประจวบฯ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวม 199 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 39 ของความจุอ่าง ปริมาณน้ำต้นทุนในปีนี้ถือว่าค่อนข้างดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเมื่อสิ้นสุดฤดูฝนปีที่แล้วพบว่ามีปริมาณฝนสะสม 993 มม.ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยฝนสะสมที่ 1,091 มม. ปัจจุบันมีการจัดน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรจากอ่างเก็บน้ำขนาดกลางคืออ่างเก็บน้ำปราณบุรี และอ่างเก็บน้ำยางชุม รวมกันวันละ 9 แสน ลบ.ม.
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันวิเคราะห์พื้นที่การเกษตรที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและติดตามการเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ สำนักงานเกษตรจังหวัดฯ ปศุสัตว์จังหวัดฯ ประมงจังหวัดฯ โดยด้านพืช มีพื้นที่การเกษตรที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากภัยแล้งระดับมาก คือ พื้นที่ปลูกทุเรียนป่าละอู 690 ไร่ ใน ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ด้านปศุสัตว์ มีพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบ 39 ตำบลใน 8 อำเภอ ซึ่งปัจจุบันมีการจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ จำนวน 16 แห่ง พร้อมการสนับสนุนหญ้าอาหารสัตว์จากปศุสัตว์จังหวัดฯ ปศุสัตว์อำเภอให้แก่เกษตรกร ช่วยลดผลกระทบด้านปศุสัตว์ในช่วงหน้าแล้ง ส่วนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง จังหวัดได้มีการเตรียมพร้อมรถบรรทุกน้ำสะอาดออกแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคจนกว่าจะผ่านพ้นหน้าแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่ ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก ซึ่งเมื่อปีที่แล้วเป็นพื้นที่ประสบปัญหาหนัก ทางโครงการชลประทานประจวบคีรีขันธ์ จึงได้มีการสนับสนุนรถบรรทุกน้ำจำนวน 889 เที่ยว ปริมาณน้ำกว่า 5 ล้านลิตร พร้อมการช่วยขุดลอกแหล่งน้ำกว่า 10 แห่ง








