วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมผบช.ภ.7 แถลงข่าวจับกุมขบวนการลักอุปกรณ์เสาโทรศัพท์มูลค่า 24.3 ล้านบาท

ผบช.ภ.7 แถลงข่าวจับกุมขบวนการลักอุปกรณ์เสาโทรศัพท์มูลค่า 24.3 ล้านบาท

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

ผบช.ภ.7 พร้อมชุดคลี่คลายคดี นำผู้แทนบริษัทเครือข่ายมือถือรายใหญ่ แถลงผลการจับกุมขบวนการลักอุปกรณ์ประจำเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ พร้อมนำของกลางที่ลักลอบนำไปจำหน่าย รวมมูลค่า 24.3 ล้านบาท โดยพบคนร้ายจะเป็นอดีตพนักงานและคนงานบริษัทรับเหมากลับมาก่อเหตุ โดยมียอดสั่งจากต่างประเทศไปขายเป็นสินค้ามือ2 และชำแหละอุปกรณ์แยกชิ้น ในค่ายมือถือระดับเล็กในต่างประเทศ
วันที่ 13 มกราคม 68 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จ.นครปฐม พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 พร้อมด้วยชุดคลี่คลายคดี ผู้แทนจากบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แถลงผลจับกุมเครือข่ายผู้ก่อเหตุลักทรัพย์อุปกรณ์ประจำเสาสัญญาณโทรศัพท์  ของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 7 โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาหลายรายและของกลางเป็นอุปกรณ์ประจำเสาสัญญาณโทรศัพท์ รวมมูลค่า 24.3 ล้านบาท จับกุมผู้ต้องหา ประกอบด้วย 1. นายคณิน อายุ 19 ปี  2. นายวิวัฒน์ อายุ 20 ปี 3. นายรพีพัฒน์ อายุ 16 ปี 4. นายเอกภพ  อายุ 40 ปี 5. นายการุณ อายุ 29  ปี 6. น.ส.รัดภุชอินทร อายุ 31 ปี
พร้อมด้วยของกลาง 1. ยานพาหนะ ชุดที่สวมใส่ และอุปกรณ์ที่ผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุ จำนวน  12  รายการ 2. โทรศัพท์ สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน  3  รายการ 3. อุปกรณ์ประจำเสาสัญญาณโทรศัพท์ จำนวน  11  รายการ และมีของกลางอื่นประกอบรวม  26  รายการ เฉพาะอุปกรณ์ประจำเสาสัญญาณโทรศัพท์ ที่ได้มาจากการลักทรัพย์  จำนวน  11  รายการ รวมทั้งสิ้น  314  ชิ้น มูลค่าความเสียหายประมาณ  24,300,000 บาท
พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7 เผยว่า ในห้วงตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2567 – 8 มกราคม 2568 เกิดเหตุลักทรัพย์อุปกรณ์ประจำเสาสัญญาณโทรศัพท์ ของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 7 จำนวน 12 คดี ประกอบด้วยพื้นที่ จังหวัดนครปฐม จำนวน 4 คดี  จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 7 คดี และ จังหวัดราชบุรี จำนวน 1 คดี
จากการสืบสวนจับกุมเครือข่ายลักอุปกรณ์ประจำเสาสัญญาณโทรศัพท์ในครั้งนี้ ทำให้ทราบว่าจะมีผู้รับซื้อ  ชาวจีน มาซื้ออุปกรณ์ประจำเสาสัญญาณโทรศัพท์ต่อจากเครือข่ายที่ถูกจับกุม แล้วให้จัดส่งไปยังที่อยู่ปลายทางในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจะได้ทำการสืบสวนขยายผล และรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับเครือข่ายผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม 

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์