วันที่ 27 มี.ค.2567 นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด “โรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์” ของบริษัท เอเชียซีเมนต์ เอ็นเนอจี คอนเซอร์เวชั่น จำกัด ซึ่งมีนายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรีเขต 4 กรรมการผู้จัดการและคณะผู้บริหาร บริษัท ปูนซีเมนต์เอเซีย จำกัด (มหาชน) นายมนัสพันธ์ ดอนก้อนไพร นายอำเภอพระพุทธบาท พร้อมด้วยนายปณชัย กลิ่นพูล นายกเทศมนตรีตำบลพุกร่าง หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสระบุรี ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี
นายบัญชา เชาวรินทร์ ผวจ.สระบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดสระบุรีได้ขับเคลื่อนโครงการ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” โดยมีภาคีเครือข่ายในพื้นที่ร่วมผลักดันเมืองอุตสาหกรรมให้เป็นเมืองสีเขียว คาร์บอนต่ำ เพื่อเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่น ๆ นำไปใช้ขับเคลื่อนการเป็นเมืองที่มีอากาศสะอาดได้ โดยบริษัท ปูนซีเมนต์เอเซีย จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัวโครงการ “โซลาร์ฟาร์ม” โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ด้วยกำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ แห่งแรก ที่ ตำบลพุกร่าง อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารและจัดการด้านพลังงาน พร้อมผลักดันการใช้พลังงานสะอาด สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย อุตสาหกรรมสะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สู่การขับเคลื่อนเป้าหมายประเทศไทยจะเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065
จังหวัดสระบุรีจึงได้ร่วมมือกับบริษัท เอเชียซีเมนต์ เอ็นเนอจี คอนเซอร์เวชั่น จำกัด ขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว ภายใต้แนวคิด “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม) ขนาด 20 เมกะวัตต์ เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชน โดยโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มแห่งนี้จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศมากถึง 12,000 ตันต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ถึง 1.2 ล้านต้น นับว่าเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และนำประเทศก้าวไปสู่สังคมสีเขียวและคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
“สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ มีเป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย เพราะจังหวัดสระบุรีมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ประกอบด้วย ภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และภาคการท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดสระบุรีเป็นแหล่งผลิตของอุตสาหกรรมหนักที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง ประกอบกับมีปัญหาสิ่งแวดล้อมสะสม จึงได้ใช้กลไกภาคีเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่ร่วมหารือเพื่อเปลี่ยนสระบุรีสู่เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำ ซี่งมีแนวคิดสำคัญ 5 แนวคิดด้วยกัน คือ 1. การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ที่มีทั้งการใช้ระบบโซลาร์แบบลอยน้ำ ระบบผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ 2. อุตสาหกรรมสีเขียว ที่มีการศึกษาเทคโนโลยีที่ดักจับคาร์บอนและนำไปใช้ประโยชน์/กักเก็บ รวมถึงการผลิตและส่งเสริมการใช้ไฮดรอลิกซีเมนต์ (ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ) 3. สร้างคุณค่าจากวัสดุที่ไม่ใช้ ทั้งการนำวัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตร อุตสาหกรรม และครัวเรือน มาเป็นเชื้อเพลิงพลังงานทดแทน 4. เกษตรกรรมลดคาร์บอน ส่งเสริมการปลูกพืชพลังงาน เช่น หญ้าเนเปียร์ รวมถึงการน้อมนำแนวทางตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประยุกต์ใช้ และ 5. การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งสอดคล้องกับการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 17 หรือ Partnership” นายบัญชาฯ กล่าวเน้นย้ำ

กองสารนิเทศ สป.มท.







