วันพุธ, เมษายน 22, 2026
หน้าแรกศาสนาหลวงพี่น้ำฝน ตำรวจพระ เปิดปฏิบัติการล่าสงฆ์ทิพย์ จะเอ๋ อดีตหลวงตา WFH แอบสวมจีวรเป็นพระอีก

หลวงพี่น้ำฝน ตำรวจพระ เปิดปฏิบัติการล่าสงฆ์ทิพย์ จะเอ๋ อดีตหลวงตา WFH แอบสวมจีวรเป็นพระอีก

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

 วันที่ 21 ก.พ. 67 เวลา 06.30 น. พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม  อ.เมือง จ.นครปฐม ในฐานะประธานคณะทำงานดำเดินการแก้ไขข้อขัดข้อง ระงับเหตุ และแก้ไขปัญหาอธิกรณ์ข้อร้องเรียนในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 14 (พระวินยาธิการ) ได้ออกตรวจสอบ ความเรียบร้อยของพระภิกษุสงฆ์ใน การออกบิณฑบาตช่วงเช้าบริเวณ ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐม กรณีประชาชนร้องเรียนมีพระภิกษุสงฆ์ไม่จำพรรษาที่วัด และมีบางรายอาศัยอาศัยอยู่ในบ้านกลางเมืองนครปฐม 

โดยเมื่อมาถึงสถานีขนส่งจังหวัดนครปฐมติดกับตลาดปฐมมงคล ได้มีประชาชนส่งข้อมูลว่ามีพระภิกษุสงฆ์สูงวัยลักษณะพฤติกรรมคล้ายคล้ายกับหลวงตาอายุ 70 ปีที่ไม่ยอมกลับไปจำพรรษาในวัดแต่กลับมาอาศัยอยู่ในบ้านพักออกบิณฑบาตอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงได้มีการติดตามดูพฤติกรรมกระทั่งพบ รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ สีบรอนซ์ทอง เป็นลักษณะเดียวกับรถของหลวงตารูปดังกล่าวที่ถูกจับสึกไปเมื่อเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา  กระทั่ง พระภิกษุสงฆ์ รูปดังกล่าวได้เดินกลับมาที่รถหลวงพี่น้ำฝนจึงได้เข้าไปแสดงตัวและขอตรวจสอบเอกสาร ทำให้พระ รูปดังกล่าวเกิดอาการตกใจและยอมจำนนนั่งอยู่ที่ข้างรถ ดังนั้นหลวงพี่น้ำฝนได้ยืนยันกับคณะทำงานว่าเป็นพระรูปเดียวกันกับที่มีการร้องเรียนซ้ำเข้ามาและเป็น คนเดียวกับพี่มีการสึกไปแล้วก่อนหน้าแต่ได้กลับมาบวชและสวมเครื่องแต่งกายเป็นพระภิกษุอีกครั้ง  ซึ่งขณะที่มีการควบคุมตัวเพื่อรอประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลวงตาเวิร์คฟอร์มโฮม ได้พยายามพุ่งหนีออกจากเก้าอี้และพยายามจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถเพื่อจะพยายามหลบหนีแต่ติดที่ตัวหลวงพี่น้ำฝนและลูกศิษย์ที่สามารถจับล็อคตัวได้ทันก่อนจะให้นั่งสงบสติอารมณ์เพื่อรอการประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนครปฐม มาทำการรับตัวเพื่อนำไปตรวจสอบเอกสารหนังสือสูจิบัตรและเอกสารอื่นๆ  

 หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม กล่าวว่า หลวงตาเวิร์คฟอร์มโฮม มีการรวบรวมข้อมูลข้อมูลว่ามีการถูกจับกุมและถูกจับศึกมาแล้วไม่น้อยกว่าสองถึงสามครั้งแต่ก็ไม่ได้มีการหยุดพฤติกรรมและยังคงกลับมาแต่งกาย ด้วยการสวมจีวรเป็นพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งเป็นการกระทำความผิดเข้า มาตราในกฎหมายอาญา ทั้งการปลอมแปลงเอกสารทางราชการและการแต่งกาย ให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นพระสงฆ์ เมื่อหลวงตาไม่สนใจการปกครองแบบคณะสงฆ์ซึ่งได้มีมติให้ลาสิกขาออกไปแล้ว จึงจำเป็นต้องดำเนินคดีทางกฎหมายอาญา โดยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครปฐมเป็นตัวแทนในการไปลงบันทึกประจำวันและแจ้งข้อกล่าวหา ไว้ก่อน  

ส่วนกรณีที่มีประชาชน สงสัยว่า ตำรวจพระคืออะไร ตนเองในฐานะที่มีตำแหน่งประธานคณะทำงานดำเดินการแก้ไขข้อขัดข้อง ระงับเหตุ และแก้ไขปัญหาอธิกรณ์ข้อร้องเรียนในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 14 ซึ่ง เป็นตำแหน่งที่ ถูกแต่งตั้งอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งก็คือพระวิมยาธิการ หรือตำรวจพระ โดยได้รับสนองงานจาก พระธรรมวชิรานุวัตร์ เจ้าคณะภาค 14 เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง เพื่อดูแลให้คณะสงฆ์ให้ปฏิบัติอยู่ในกฏของมหาเถระสมาคม ซึ่งอย่างกรณีนี้ก็ไม่มีการเลือกที่จะปฏิบัติแต่เป็นการร้องเรียนเข้ามาโดยตรงจากประชาชน โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ ประกอบด้วยจังหวัดนครปฐม สุพรรณบุรี สมุทรสาครและกาญจนบุรี ซึ่งหากประชาชนท่านใดพบพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือมีความสงสัยว่าบุคคลนั้นจะเป็นพระภิกษุสงฆ์จริงหรือไม่ก็ขอให้ติดต่อเข้ามาโดยตรงที่อาตมาได้เลย โดยจะมีคณะทำงานเป็นทีมที่จะเข้าไปถึงปัญหาอย่างรวดเร็วเพื่อให้ญาติโยมมีความมั่นใจในคณะสงฆ์  

 ขณะที่นายศุภภัทรพจน์ นิติศศธร ทนายความ ในฐานะนายกสมาคมไวยาวัจกรแห่งประเทศไทย ได้เผยว่าสำหรับกรณีนี้เข้าอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 208 บัญญัติว่า”ผู้ใด แต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดง เป็นพระภิกษุสามเณร นักพจน์หรือนักบวชในศาสนาใดโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคล เช่นว่านั้น ต้องระหว่างโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำ ” ส่วนข้อหาปลอมเอกสารหรือใช้เอกสารปลอม จำคุกไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกิน 60,000 บาท นี่หมายถึง 1 กรรม แต่ถ้ามากว่า 1 กรรม ก็เรียงกระทงกันลงโทษ 

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์