วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 26, 2024
หน้าแรกภูมิภาคไฟป่าเขามะค่า ลามเข้าป่าครบุรี ไหม้แล้ว 500 ไร่ ต้องเฝ้าระวัง 24 ชม.

ไฟป่าเขามะค่า ลามเข้าป่าครบุรี ไหม้แล้ว 500 ไร่ ต้องเฝ้าระวัง 24 ชม.

-

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

ระทึก ไฟป่าเขามะค่า ลุกลามเข้าป่าสงวนครบุรี เสียหายแล้วกว่า 500 ไร่ ชาวบ้านเฝ้าระวังต่อเนื่อง จนท.ต้องจัดวางกำลังตลอด 24 ชม. คาดมีคนเข้าไปจุดไฟเผา ล่าสุดสถานการณ์คุณภาพอากาศในโคราช พบค่าฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาสาสมัครป้องกันและควบคุมไฟป่าบ้านหนองโบสถ์ ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกระชาย นำกำลังเข้าดับไฟป่าบริเวณตีนเขามะค่า ที่ยังหลงเหลืออยู่บางส่วน โดยเฉพาะตามตอ และท่อนไม้ที่ไฟยังไหม้ไม่หมด เพื่อให้แน่ใจว่าไฟจะไม่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ภายหลังจากที่เกิดไฟป่าลุกลามไหม้เขามะค่า ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าครบุรี มาตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 ก.พ. 67 ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ป่าไปกว่า 500 ไร่

ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดตอนนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟจนสงบลงแล้ว แต่ยังคงต้องจัดกำลังเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากมีคนจุดไฟเพื่อหาของป่า โดยเฉพาะผักหวานที่มีอยู่เต็มเขาลูกดังกล่าว จึงฝากเตือนว่าอย่าทำ เนื่องจากเมื่อเกิดไฟป่าแล้วจะสร้างความเสียหายให้กับต้นไม้ พืช และสัตว์ต่างๆ ในป่า รวมทั้งสร้างมลพิษเพิ่มอีกด้วย

ขณะที่ทาง สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 (นครราชสีมา) ได้รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ล่าสุดสถานการณ์อยู่ในเกณฑ์สีส้ม ส่วนค่าฝุ่นมลพิษในอากาศ ตรวจวัดผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai พบว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ตรวจวัดได้ 40.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งแม้ว่าในช่วงนี้จะได้รับอิทธิพลของมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมพื้นที่ก็ตาม แต่ค่าฝุ่น PM 2.5 ยังเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ ดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI ซึ่งเป็นข้อมูลคุณภาพ และสถานการณ์มลพิษทางอากาศในแต่ละพื้นที่ยังตรวจวัดได้สูงถึง 108 AQI อยู่ในเกณฑ์สีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จึงต้องรณรงค์และจับตาป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเผาพื้นที่การเกษตร และเผาป่าอย่างเข้มข้น

เพราะสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 (นครราชสีมา) ได้รายงานข้อมูลจุดความร้อนจากข้อมูลดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIRS ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พบจุดความร้อนมากถึง 34 จุด โดยพบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มากสุด 8 จุด รองลงมาเป็นพื้นที่เขต ส.ป.ก. 7 จุด, พื้นที่การเกษตร 6 จุด และพื้นที่ป่าสงวน 12 จุด ทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมาได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฯ รณรงค์ประชาชนให้ตระหนักถึงผลกระทบจากการเผาพื้นที่การเกษตร และพื้นที่อื่นๆ เพื่อช่วยลดการก่อฝุ่นละออง PM 2.5 ให้ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพทุกพื้นที่.
แหล่งที่มาไทยรัฐออนไลน์
คชสีห์นิวส์17
คชสีห์นิวส์17http://www.kochasrinews.com
บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์