สำหรับพิธีปิดเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 จัดขึ้นที่ หางโจว โอลิมปิก สปอร์ต เซ็นเตอร์ ภายใต้คอนเซปต์ “Let Your Dreams Fly and We Will Meet Again ปล่อยให้ความฝันของคุณโบยบิน แล้วเราจะกลับมาพบกันใหม่
พิธีปิดมีการแสดงที่ทางเจ้าภาพ จีน จัดแสดงด้วยความยิ่งใหญ่และสวยงาม ชุดแรกคือ A Night to Remember หรือ “ค่ำคืนแห่งความทรงจำ” การแสดงชุดที่สอง Flower of Life Blooming Brilliantly หรือ “ดอกไม้แห่งชีวิตที่เบ่งบาน” โดยตลอดการแสดงพิธีปิด เครื่องดนตรีจีนโบราณ ได้แก่ ตี้ (ขลุ่ยจีน), เซียว (ขลุ่ยไม้ไผ่ที่เล่นในแนวตั้ง) และกู่ฉิน (เครื่องดนตรีเจ็ดสาย) จะถูกนำมาแสดงอย่างโดดเด่น และผู้ชมจะได้เพลิดเพลินไปพร้อมกับดนตรีออเคสตรา เป็นการผสมผสานระหว่างดนตรีจีนและดนตรีสากล ทั้งแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่ พร้อมด้วยเสน่ห์อันโดดเด่นของเจียงหนาน
ต่อด้วยการเชิญธงเอเชียนพาราเกมส์ และธงชาติของประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน ต่อด้วยขบวนพาเหรดของนักกีฬา และเข้าสู่ช่วงพิธีการโดยมีประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ,ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสาธารณรัฐประชาชนจีนและ ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งเอเชีย กล่าวสุนทรพจน์ จากนั้นก็จะเข้าสู่ช่วงสำคัญคือพิธีมอบธงการแข่งขัน โดยตัวแทนเมืองหางโจกับตัวแทนจากเมืองนาโกย่าประเทศญี่ปุ่น เจ้าภาพครั้งต่อไป
จากนั้นเป็นการดับไฟในกระถางคบเพลิง โดยจะมีการบรรยายสำหรับผู้พิการทางสายตาได้ได้ฟัง ขณะที่พวกเขานั่งอยู่บนบันไดรอบกระถางคบเพลิง เป็นอันจบพิธีปิดการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 อย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ ทัพนักกีฬาพาราไทย สามารถทำผลงานได้ที่ 27 เหรียญทอง 26 เหรียญเงิน 55 เหรียญทองแดง อยู่ในอันดับ 7 ของตารางเหรียญรวม นอกจากนี้ ยังสามารถทำลายสถิติได้ถึง 18 รายการ จากกรีฑา 14 รายการ และยิงปืน 4 รายการ โดยผลงานในเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่ อินโดนีเซีย เมื่อปี 2018 นักกีฬาพาราไทยทำได้ 23 เหรียญทอง 33 เหรียญเงิน และ 50 เหรียญทองแดง อยู่อันดับ 7 ของตารางเหรียญรวม
โฆษก กกท.









