จากกรณี พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร (ผกก.สภ.) เมืองนครสวรรค์ กับพวก กระทำความผิดข้อหาเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้ายฯ” และได้มีการเผยแพร่ในสื่อสาธารณะได้รับรู้โดยทั่วไปว่า ผู้ต้องหาได้มีการครอบครองรถยนต์หรูจำนวน 29 คัน.วันนี้ (26 สิงหาคม) พ.ต.ท. กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ แถลงการทำงานหลังจากคดีเกิดขึ้นได้ตรวจสอบฐานข้อมูลในระบบบริหารคดีของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า หนึ่งในคดีที่ส่งอัยการ มีผู้กำกับโจ้เคยเป็นผู้ถือครองครองรถยนต์หรูยี่ห้อลัมโบร์กินี รุ่นปี 2014 สีเหลือง หมายเลขตัวถัง ZHWEC1ZD6ELA หมายเลขเครื่องยนต์ L53902610 เป็นคดีพิเศษที่ 199/2560 เป็นมือแรกเพียงแค่ระยะเวลา 1 ปี ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองในเวลาต่อมา
.กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้มีการดำเนินคดีกับบริษัทนำรถยนต์หรูเข้าที่ตั้งบริษัทอยู่ในประเทศไทย ซึ่งสามารถจับกุมผู้ร่วมกันกระทำความผิดได้ 8 ราย ในฐานความผิดร่วมกันนำรถยนต์ใหม่สำเร็จรูปจากต่างประเทศมาในราชอาณาจักร โดยสำแดงราคานำเข้าเป็นเท็จต่ำกว่าราคาซื้อขายที่แท้จริง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี เป็นเหตุให้รัฐได้รับความเสียหาย ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 (มาตรา 27 และมาตรา 115 จัตวา แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469) พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 (มาตรา 165 มาตรา 167 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527) และตามประมวลกฎหมายอาญา.กรณีนี้ทำให้รัฐเสียหายคิดเป็นราคาขาด 9,512,525.61 บาท อากรขาด 7,610,020.00 บาท ภาษีสรรพสามิตขาด 19,025,050.27 บาท ภาษีเพื่อมหาดไทยขาด 1,902,505.33 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่มขาด 2,663,507.48 บาท ทำให้ภาษีอากรรวมขาด 31,201,083.08 บาท และได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษคดีดังกล่าวไปยังพนักงานอัยการแล้วเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562 สารบบระบุว่า ปัจจุบันคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด.พ.ต.ท. กรวัชร์ กล่าวอีกว่า คดีพิเศษที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับรถยนต์ราคาแพง (รถหรู) ความผิดที่เกี่ยวกับการสำแดงราคานำเข้าเป็นเท็จต่ำกว่าราคาซื้อขายที่แท้จริงทั้งหมดมีจำนวนทั้งสิ้น 216 คดี และได้สอบสวนเสร็จสิ้นส่งสำนวนการไปยังพนักงานอัยการแล้วจำนวน 150 คดี หนึ่งในนี้พบผู้กำกับโจ้เป็นผู้ถือครอบครองจำนวน 1 คดี และอยู่ระหว่างดำเนินการจำนวน 66 คดี ส่วนรถหรู 29 คันของผู้กำกับโจ้ ขณะนี้ได้เร่งตรวจสอบหลังจากเกิดคดี โดยบูรณาการร่วมกับกรมศุลกากร หากพบฐานความผิดก็จะส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก TheStandardNews









