วันศุกร์, พฤศจิกายน 6, 2026
หน้าแรกอาชญากรรม5 กรกฏาคม เกิดเหตุ #โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

5 กรกฏาคม เกิดเหตุ #โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

- 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

5 กรกฏาคม เกิดเหตุ #โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ โรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติกขั้นต้น ที่ตั้งอยู่ในซอยกิ่งแก้ว 21 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นโรงงานของบริษัทหมิงตี้ เคมีคอล จำกัด สัญชาติไต้หวัน ภายในมีสารผลิตพลาสติกตั้งต้นคือสารสไตรีนโมโนเมอร์ (StyreneMonomer) ขนาดบรรจุ 2,000 ตัน 1 ถัง ตามข้อมูลที่จดทะเบียน เป็นสารอันตรายต่อร่างกาย สามารถก่อมะเร็งได้ และเมื่อเกิดการเผาไหม้จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซต์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ.สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เผยว่าโรงงานดังกล่าวขอใบอนุญาตการประกอบกิจการโรงงาน และเริ่มดำเนินการครั้งแรกเมื่อปี 2532 ณ ตอนนั้นยังไม่มีชุมชนในละแวก ชุมชนค่อยเกิดตามขึ้นภายหลัง หลังจากที่เริ่มดำเนินการ .นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น มีการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต ได้แก่ สารสไตรีนโมโนเมอร์ ซึ่งเป็นตัวทำละลายและเป็นสารไวไฟในกลุ่มอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (Aromatic Hydrocarbons) สาเหตุเกิดจากถังเก็บสารเคมีขนาดไม่น้อยกว่า 2,000 ลิตร เกิดเพลิงไหม้และระเบิดขึ้น ส่งผลให้มีไอระเหยของสารสไตรีน และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) กระจายออกไปโดยรอบในรัศมีประมาณ 5 กิโลเมตร .#ไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ จากการติดตามของ JS100 และทวิตเตอร์ @mthai 1. เวลาประมาณ 03.10 น. เกิดเหตุ #โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ หลังจากที่มีระเบิดก่อน 2-3 ครั้ง จนเกิดไฟไหม้ ปล่อยควันดำโขมงออกมาเป็นจำนวนมาก ในขณะนั้นยังไม่ทราบชื่อโรงงาน เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการดับไฟ 2. 07:44 ทราบว่าเป็นโรงงานหมิงตี้ เคมิคอล จำกัด ที่ไฟไหม้ 3. 08:30 กรมอนามัยเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ซอยกิ่งแก้วใส่หน้ากากป้องกัน เนื่องจากสารสไตรีนโมโนเมอร์เป็นสารอันตราย ก่อมะเร็งได้ นายอำเภอบางพลี นาย สมศักดิ์ แก้วเสนา ยืนยันคำสั่งอพยพประชาชนในรัศมี 3-5 กิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุ แจ้งจุดอพยพคือ รร.เตรียมปริญญานุสรณ์, มูลนิธิร่วมกตัญญู และวัดบางพลีใหญ่กลาง หลังจากที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ หวั่นถังสารเคมีอีกถังระเบิด4. 09:00 ผู้ว่าราชการสมุทรปราการ นายวันชัย คงเกษม แจ้งประสานงานขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ 5. 09.30 รพ.จุฬารัตน์ 9 เริ่มอพยพผู้ป่วยออกจากรพ. นส.ปรีญาพร สุวรรณเกษ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่าสารเคมีที่ถูกไฟไหม้คือสารสไตรีน เป็นสารอันตรายเมื่อเกิดการเผาไหม้ ถ้าสูดดมจะมีผลต่อร่างกาย ต่อระบบประสาท โดยอาการเบื้องต้นคือ ปวดหัว มึน ระคายเคืองต่อผิวหนัง แสบตา หากได้รับสารปริมาณสูงอาจจะชักและเสียชีวิตได้ การหายใจเข้าไปในระยะนานๆ แม้ว่าความเข้มข้นต่ำจะทำให้อาจมีอาการทางสายตา การได้ยินเสื่อมลง และการตอบสนองช้าลง 6. 10:25 มีผู้บาดเจ็บ 10 ราย อาการสาหัส 2 ราย ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่บาดเจ็บจากแรงสั่นทะเทือนทำให้กระจกแตกหรือบาด หรือสิ่งของหล่นใส่ บ้านในรัศมี 1-2 กม. ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก7. 11.30 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยส่งเฮลิคอปเตอร์ KA-32 จำนวน 2 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่ 10 นายเตรียมขึ้นบินเพื่อดับไฟ8. 12:00 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงฉีดน้ำ โฟมดับเพลิงที่ถูกนำเข้าไปใช้งานทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่หลังจากนั้นไฟกลับไหม้แรงขึ้น เกิดเหตุระเบิดระลอกที่สอง ทำให้เจ้าหน้าที่บางส่วนต้องถอยออกมา 9. 12:15 มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตจากการถูกไฟคลอก 1 ราย 10. 13:30 ไฟยังไหม้อยู่ เฮลิคอปเตอร์เริ่มบินสำรวจแนวเพื่อใช้โฟมดับไฟ และสำรวจทิศทางลมก่อน เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตราย มีความร้อน และกลุ่มควันหนาแน่น และการบินทิ้งโฟมจะต้องบินต่ำและต้องคำนึงถึงความปลอดภัยก่อน 11. 15:00 มีรายงานว่า สารเคมีไหลออกมาบางส่วนแล้ว ความเสี่ยงต่อการระเบิดจึงน้อยลง เฮลิคอปเตอร์ KA-32 ขึ้นบินโปรยทิ้งโฟมดับเพลิงบริเวณจุดที่ตั้งโรงงานแล้ว 12. 15:30 Hsu cheng-chung ผู้จัดการโรงงานหมิงตี้ฯ เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำ จากการสอบถามเบื้องต้น เขาเผยว่าตนเองทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับการผลิตทั้งหมดของบริษัท ก่อนเกิดเหตุระเบิด ตนนอนหลับอยู่ที่ห้องพักซึ่งอยู่ติดกับบริษัทฯ และก็มีคนงานมาแจ้งว่ามีสารเคมีรั่วไหลจึงรีบเข้าไปตรวจสอบ แต่ไม่สามารถเข้าไปได้เนื่องจากกลิ่นสารเคมีรุนแรงจึงได้วิ่งหลบหนีจนกระทั่งเกิดเหตุระเบิดดังกล่าวยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด Hsu แจ้งว่าก่อนเกิดเหตุที่บริษัทฯ มีวัตถุดิบที่เก็บไว้ใช้สำหรับผลิตเม็ดโฟมเม็ดพลาสติก คือ เพนเทนประมาณ 60-70 ตัน สไตรีนโมโนเมอร์ประมาณ 1,600 ตัน และน้ำประมาณ 300 ตัน ด้านนายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ยืนยันว่า จำนวนสารเคมีในถังเคมีภัณฑ์บ่อมีเพียง 20,000 ลิตร ไม่ใช่ 500,000 ลิตร ตามที่มีกระแสข่าวออกไป13. 15.50 เฮลิคอปเตอร์ยังไม่ได้ผล ปรับแผนใช้เครื่องฉีดพ่นละอองน้ำ LUF-60 พ่นโฟมดับเพลิงแทน พร้อมให้เจ้าหน้าที่เข้าฉีดโฟมดับเพลิงที่ภาคพื้นดินด้วย 14. 18:20 สถานการณ์ไฟยังคงลุกอยู่เหมือนเดิม และเฮลิคอปเตอร์ยังบินโปรยดับไฟ ซึ่งรอบหลัง ๆ เริ่มสามารถโปรยโฟมดับไฟได้แม่นยำขึ้น ระยะ 5 กม. จากจุดไฟไหม้ ยังคงเป็นเส้นรัศมีในการอพยพเช่นเดิม15. 20:00 ไฟยังคงลุกเหมือนเดิม เฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ขึ้นไปปฏิบัติงานแล้วเนื่องจากควันหนาแน่น ไม่สามารถมองเห็นได้ สาเหตุยังไม่สามารถบุได้แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะเป็นการที่สารสไตรีนโมโนเมอร์รั่วไหลออกมา กรมอุตุฯ เผยเบื้องต้นจากทิศทางลมทั้งในระดับผิวพื้นและระดับเพดานอากาศ พบว่าจากจุดเกิดเหตุ ลมจะพัดกลุ่มหมอกควันจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก และเตือนเฝ้าระวัง อากาศและน้ำมีสารปนเปื้อน จึงขอให้พึงระวังการใช้น้ำใน 1-2 วันนี้16. 21.30 เจ้าหน้าที่ถอนกำลังออกมาอีกรอบหนึ่ง เนื่องจากไฟแรงขึ้น เกือบ 20 ชั่วโมงแล้ว เจ้าหน้าที่ยังระดมฉีดน้ำและโฟม เพลิงยังไม่สงบ ตอนนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปคุมเพลิงเป็นจำนวนมาก และจากข้อมูลของประชาสัมพันธสมุทรปราการ มีการช่วยเหลือผู้อพยพแล้ว 1,892 คน จังหวัดสมุทรปราการได้ตั้งจุดอพยพ จำนวน 8 จุด ได้แก่ 1) อบต.บางพลีใหญ่ 2) วัดบางพลีใหญ่กลาง 3) โรงเรียนคลองบางกระบือ 4) โรงเรียนเตรียมปริญญานุสรณ์ 5) ศาลพ่อหลวง 6) วัดบางโฉลงใน 7) วัดบางโฉลงนอก และ 8 ) วัดบางพลีใหญ่ใน ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

#เอมหาชัย
#เอมหาชัยhttps://www.kochasrinews.com
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์