ผบ.ตร. แถลงผลงาน ตำรวจ ปส. ลุยสกัดกั้นยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ด กำชับให้ทุกหน่วยเข้ม นำผู้เสพเข้ารับการบำบัด โฟกัสชุมชน สถานศึกษา สถานบริการ
วันที่ 24 ต.ค.65 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) , พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. , พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. , พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2 และ พล.ต.ต.เอกภพ อินทวิวัฒน์ผบก.ขส. ร่วมแถลงผลการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดพื้นที่อีสาน 2 เครือข่าย
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายเร่งรัดปราบปราม ยาเสพติดอย่างจริงจัง นำมาซึ่งการจับกุมยาเสพติด 2 เครือข่าย
คดีแรก ตำรวจ ปส. จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 10 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้า รวม 4,000,000 เม็ด อาวุธปืน 2 กระบอก รถยนต์เก๋ง 1 คัน รถตู้อีก 1 คัน รวมทรัยพ์สินกว่า 1,430,000 บาท คดีนี้ตำรวจ ปส. ขยายผลจากการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย
คดีที่สอง จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 16 กระสอบ บรรจุยาบ้ารวม 6,000,000 เม็ด เผยรับมาจาก อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เตรียมส่งต่อเครือข่าย อ.วังน้อย จ.อยุธยา
ทั้งนี้ แก๊งค้ายาเสพติดทั้ง 2 เครือข่าย ได้นำยาเสพติดมาจากแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำไปส่งลูกค้าพื้นที่ชั้นใน โดยตำรวจ ปส. ได้สืบสวนหาข่าวและวางกำลังสกัดจับตามแนวชายแดน หากมีส่วนที่หลุดรอดเข้ามา ก็จะมีชุดสกัดกั้นและติดตามจับกุมอีกส่วนหนึ่ง และจะติดตามขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งดำเนินการตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินตามกฎหมายต่อไป ส่วนยาเสพติดของกลางที่ตรวจยึดมาได้ พนักงานสอบสวนจะส่งไปตรวจพิสูจน์ และดำเนินการตามระเบียบ โดยที่ตำรวจจะไม่ได้เก็บรักษาไว้
ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยดำเนินมาตรการปราบปรามที่เข้มข้นมากขึ้น และใช้มาตรการป้องกัน นำผู้เสพเข้ารับการบำบัด โดยเฉพาะในชุมชน สถานศึกษา สถานบริการและสถานประกอบการ มีการสุ่มตรวจตามวงรอบ ปิดล้อมตรวจค้นชุมชนอย่างต่อเนื่อง ค้นหาผู้ติดยาเสพติดที่มีอาการทางจิตประสาทในพื้นที่ จัดทำฐานข้อมูลเพื่อพิจารณาจัดลำดับความรุนแรงของอาการ เพื่อนำเข้าบำบัดรักษาและค้นหาและนำผู้เสพ เข้าสู่กระบวนการบำบัดโดยสมัครใจโดยเร็ว ทั้งนี้หากมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด อาวุธปืน สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ขอให้มั่นใจว่า ตำรวจจะทำงานอย่างรวดเร็ว และจริงจัง








