วันที่ 4 สิงหาคม 2565 เวลา 09.30 น. นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี ดำเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด (คจพ.จ.) อุบลราชธานี ครั้งที่ 3/2565 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด นายอำเภอทุกอำเภอ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมฯ ณ ห้องประชุม POC ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี รวมถึงผ่านระบบออนไลน์ Zoom Cloud Meeting อีกทางหนึ่งด้วย
ในการนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี นายพิสดาร ประดา พัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้ นายธงชัย ครุฑแสน ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย นักวิชาการพัฒนาชุมชนและเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะคณะทำงานและเลขานุการคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด (คจพ.จ.) อุบลราชธานี เข้าร่วมการประชุมฯ และนำเสนอผลการดำเนินงานโดยพร้อมเพรียงกัน ทั้งนี้ ได้ปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเคร่งครัด

รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของ (ศจพ.) มีเป้าหมายสำคัญ คือ การแก้ปัญหาความยากจน แบบมุ่งเป้าแต่ละครัวเรือน โดยมีกลไกการดำเนินงานตั้งแต่ระดับนโยบาย โดยคณะกรรมการฯ ระดับชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (อขจพ.) มีพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน และนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนงานในระดับชาติ จนถึงระดับปฏิบัติในพื้นที่ 3 ระดับ

ได้แก่ ระดับจังหวัด ผ่านศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด (ศจพ.จ.) ระดับอำเภอ ผ่านศูนย์อำนวยการปฏิบัติการฯ อำเภอ (ศจพ.อ.) และระดับปฏิบัติการ ผ่านทีมปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับพื้นที่ และได้มีการตั้ง “ทีมพี่เลี้ยง” เข้าไปจัดทำแผนครัวเรือนร่วมกับทุกครัวเรือนยากจนในทุกหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อไปรับทราบปัญหา ช่วยหาทางแก้ไข และให้การสนับสนุนให้ครัวเรือนมีการวางแผน/แก้ปัญหาตรงตามสภาพปัญหาที่แต่ละครอบครัวกำลังเผชิญ

เมื่อทราบปัญหาของแต่ละครอบครัวแล้ว ทีมพี่เลี้ยงจะได้นำข้อมูลมารายงาน ศจพ.อำเภอ เพื่อบูรณาการความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เสร็จในระดับอำเภอ ทั้ง 5 มิติ ได้แก่
1)สุขภาพ
2)ความเป็นอยู่
3)การศึกษา
4)ด้านรายได้
และ 5)การเข้าถึงบริการภาครัฐ
จังหวัดอุบลราชธานี นำโดย นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้ขานรับและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ในการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การแก้ปัญหาความยากจน แบบพุ่งเป้าแต่ละครัวเรือน ซึ่งในระดับจังหวัด กำหนดให้มีศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด (ศจพ.จ.)

และในส่วนระดับอำเภอ มีศูนย์อำนวยการปฏิบัติการฯ อำเภอ (ศจพ.อ.) และระดับปฏิบัติการ ผ่านทีมปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับพื้นที่ เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการดำเนินงานฯ
นอกจากนั้น จังหวัดอุบลราชธานี ยังได้แต่งตั้งคณะทำงาน ขับเคลื่อน ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และประชาสัมพันธ์การดำเนินงานการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยแบ่งออกเป็น 5 คณะ ซึ่งมี รองผู้ว่าราชการจังหวัด 4 ท่าน และปลัดจังหวัด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อขับเคลื่อน ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และประชาสัมพันธ์การดำเนินงานการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในทั้ง 5 มิติ และตามพื้นที่ ๆ รับผิดชอบด้วย
สำหรับสาระสำคัญของการประชุมฯ ในครั้งนี้ ประกอบด้วย ผลการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดอุบลราชธานี ที่เกิดจากการบูรณาการช่วยเหลือทั้งในระดับจังหวัด และระดับพื้นที่ ทั้งจากเมนูความช่วยเหลือ 236 เมนู และกิจกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดำเนินการช่วยเหลือในรูปแบบกิจกรรมอำเภอเอง และการติดตามการแก้ไขปัญหาสำหรับครัวเรือนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาในบางปัญหา พร้อมนี้ยังได้มีการกำหนดเกณฑ์การแก้ไขปัญหาและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ศจพ. ตามขั้นอยู่รอด พอเพียง ยั่งยืน
ท้ายที่สุด ที่ประชุมฯ ได้เน้นย้ำถึงการรายงานผลการช่วยเหลือทั้งในระบบ logbook และการรายงานผลการขับเคลื่อนงานผ่านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้รับทราบ โดยให้ทุกหน่วยงานได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือครัวเรือนเป้าหมาย ภายใน 30 กันยายน 2565 ซึ่งทุกหน่วยงานสามารถตรวจติดตาม ผลการดำเนินงานได้จากระบบวิเคราะห์รายงานผลการให้ความช่วยเหลือ ที่เป็นการนำข้อมูลจากระบบ TPMAP logbook มานำเข้าเพื่อวิเคราะห์แสดงผลในรูปแบบ Dashboard โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ในการพัฒนาระบบในครั้งนี้







