วันพุธ, เมษายน 22, 2026
หน้าแรกสังคมหลวงพี่น้ำฝน โต้เดือด ลั่นนรกจะกินหัว ใครบอกหากินกับสังขาร ทนายชี้บุกวัดผิดกฎหมาย 

หลวงพี่น้ำฝน โต้เดือด ลั่นนรกจะกินหัว ใครบอกหากินกับสังขาร ทนายชี้บุกวัดผิดกฎหมาย 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

จากกรณี นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ “หมอปลา” ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวกรณีนำทีมงานและกลุ่มสื่อมวลชน ทำการจัดไลฟ์สดหลวงปู่แสง ญาณวโร พระสายกรรมฐาน อายุ 98 ปี  จ.ยโสธร จนเกิดกระแสสังคมตีกลับจนต้องมีการขอขมาหลวงปู่แสงและมีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวานที่ผ่านมา โดยมีประเด็นหนึ่งในการแถลงข่าวได้มีการกล่าวถึงพระดังรูปหนึ่งที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในกรณีดังกล่าวว่าให้มีการกลับไปตรวจดูตัวเอง และให้ไปดูแลรถที่วัด ซึ่งยังมีพระบางรูปนำสังขารของหลวงพ่อที่มรณภาพแล้วมาหากินและพร้อมที่จะเข้าไปตรวจสอบวัดที่ท้าทายแน่หากมีหลักฐาน ยิ่งทำให้ประเด็นดังกล่าวร้อนแรงมากขึ้น

โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ได้ออกมาตอบโต้และแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวว่า กรณีนี้หากมีใครที่มากล่าวอ้างว่าเป็นวัดไผ่ล้อม ถือว่าชั่วช้าสามานที่สุดแล้ว ต้องใช้คำว่ากินหัวเหมือนเดิม และเป็นนรกอีกแล้วที่พูดแบบนั้น ช่วยออกมาชี้แจงด้วยว่าเป็นอย่างไร ซึ่งสังขารที่ของพระเกจิที่มรณะภาพและมีการเก็บสังขารเอาไว้ให้คนบูชา ไล่มาตั้งแต่หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ซึ่งเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อพูล และมาหลวงพ่อแช่มวัด เจ้าอาวาสรูปต่อมา มาถึงหลวงพ่อพูล เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม แล้วพระอื่นๆทั่วประเทศที่เก็บสังขารเอาไว้ก็เป็นการเอามาหากินหมดใช่หรือไม่

“คำว่าเอาศพหลวงพ่อมาหากิน นี่นรกอีกแล้วช่วยแจงด้วยและมาตรวจสอบได้ตลอดเวลา ถ้าเข้าพูดแบบนั้นกับทุกวัดที่มีร่างเก็บเอาไว้ ก็เอาศพมาหากินกันหมดสิ ต้องบอกว่า นรกจกเปรต เปรียบเหมือนมารที่มาคอยก่อกวน ถามว่ามาวัดไผ่ล้อมมีการมาเก็บค่าเข้ากราบสังขารหรือไม่ ก็ไม่เคยมี และจากศาลาที่ทรุดโทรมเก่าแก่มาสวยงามแบบนี้ได้เพราะอะไร เขามาพระศรัทธาในตัวอาตมาซึ่งอาตมาก็ไม่เคยออกไปบอกบุญรับขอบริจาคเรี่ยไรเงินจากญาติโยม แต่นี่คือการแสดงความกตัญญูให้คนได้มากราบไหว้ท่านเพราะท่านละสังขารในวันวิสาขบูชา” หลวงพี่น้ำฝนกล่าว

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวอีกว่า ตอนนี้ไม่อยากจะไปรู้รบปรบมือด้วยแล้วก็ต้องปล่อยเขาไปถ้าเขาคิดว่าเขาทำถูกแล้ว โดยอยากจะให้หาเวลไปแก้ปัญหาเรื่องการจัดฉากกรณีหลวงปู่แสง จะดีกว่าเพราะเป็นวิบากกรรมที่ได้ก่อเอาไว้ ส่วนรถที่วัดอยากจะเข้ามาดูก็มาดูได้จอดอยู่ที่วัด ล่าสุดเพิ่งได้รถสามล้อถีบมา 1 คัน และรถกระบะอายุ 30 กว่าปี ที่โยมเพิ่งจะมาถวายให้อยากจะมาก็มาได้เลย และอยากให้มาดูว่า อาตมาหาเงินเข้าวัดมาได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท เงินไปไหนบ้าง ทั้งการช่วยสร้างโรงพยาบาล การช่วยการศึกษา รวมถึงการเผาศพโควิด-19 นี่ก็ 301 ศพในวันนี้แล้ว หรือจะเป็นศูนย์บัญชาการของโรงพยาบาลนครปฐม ที่มาตั้งที่วัดไผ่ล้อม ช่วงสถานการณ์ ของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก ก็ได้ให้พื้นที่สำหรับคนสูงอายุ มาเจาะเลือดตรวจโรคเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ มีคนมารับบริการประมาณวันละ 500-700 คน ก็ทำอยู่ อาตมาไม่ใช่พวกบ้าหอย บ้าตูด ไม่เช่นนั้นก็อยู่มาไม่ได้ถึงตอนนี้ นี่อายุ 50 ปีแล้ว ไม่ใช่บวชมาแค่ 2 พรรษา และไม่ได้มาเกาะผ้าเหลืองกินอย่างที่เขาพูด

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวต่ออีกว่า สำหรับในวันวิสาขบูชา ในฐานะของพระสงฆ์ ก็อยากจะให้คติธรรมตามรอยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากเราโดนตำหนิก็ควรนำคำตำหนินั้นมาทบทวนว่าจริงหรือไม่ โดยใช้หลัก ค ว ย ห (คิด วิเคราะห์ แยกแยะ อย่างมีเหตุผล) ซึ่งอาตมาก็ใช้คำว่าปลง ที่เขาว่ามาก็ช่างมันและขอดำเนินชีวิตไปข้างหน้าด้วยผลของความดี ซึ่งวันนี้พระพุทธศาสนาไม่ได้เสื่อม มีแต่คนที่เสื่อม คนที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี คือคนไม่มีหลักธรรม ซึ่งอาตมาได้สั่งสอนลูกศิษย์ลูกหา ให้ดำเนินชีวิตด้วยหลัก ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน รู้บุญคุณคน นี่คือ 4 ข้อหลักที่บอกเสมอมา และหลักคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ไม่มีวันเสื่อม โดยอยากจะให้ญาติโยมให้คิดว่า จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำจะสูงจะต่ำอยู่ที่ทำตัว นั้นเองขอเจริญพร

ขณะที่ นายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร ไวยาวัจกร วัดไผ่ล้อม ทนายความและนายกสมาคมไวยาวัจกรแห่งประเทศไทย เผยว่า ตนเองเคยเขียนบทความเผนแพร่มาหลายครั้งในแฟนเพจ คุยข่าว เล่าความ เรื่องการจัดตั้งกลุ่มคน บุคคลขึ้นมาและพาสื่อ เจ้าหน้าที่รัฐไปในพื้นที่ ซึ่งคุณไม่มีสิทธิทำแบบนั้น และหากหวังต่อพระพุทธศาสนาก็ต้องปรับวิธีการ ซึ่งเดิมทีกระบวนการในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้มีอยู่ แต่ไม่ได้เป็นข่าวและไม่มีเหตุที่ควรจะเป็นข่าว เพราะมีความละเอียด เช่นกรณีของหลวงปู่แสง ซึ่งมีการจัดคลิบว่ามีการจับตัว ซึ่งทางกฎหมายหรือทางพระธรรมวินัย ถ้ามีหลักฐานชัดว่าท่านป่วยก็ถือว่าไม่มีการกระทำเพราะท่านไม่มีสติ เรื่องอื่นก็ไม่ต้องพูดถึง

 นายศุภภัทร์พจน์ กล่าวว่า การกระทำในลักษณะของการจัดฉาก แอบถ่ายและนำมาเผยแพร่ น่าจะเข้าข่ายกระทำความผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งน่าจะมีคนเข้าไปแจ้งความเรื่องนี้ไม่นานนี้ ส่วนผู้ที่จะเข้าข่ายกระทำความผิด คือ 1.คนสั่งการ 2.คนกระทำการ 3.ถ้าขยายผลไปว่าใครร่วมด้วยก็จะมีความผิดด้วย ซี่งกรณีนี้มีการไลฟ์สดเพื่อให้มีคนส่งดาวมาให้ ก็ต้องมีการพิจาณาด้วย ส่วนสื่อ ทนายความ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา ก็สุ่มเสี่ยงที่จะมีความผิดมีสิทธิติดคุกเพราะเป็นการกระทำที่ไม่สามารถทำได้

นายศุภภัทร์พจน์ กล่าวอีกว่า ในฐานะสมาคมไวยาวัจกรแห่งประเทศไทย ก็ได้มีการเผยแพร่กฎหมายที่เกี่ยวกับคณะสงฆ์ หรือพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ซึ่งหากวัดที่เคยถูกปฏิบัติแบบนี้ หากไม่ทราบข้อกฎหมายก็สามารถติดต่อเข้ามาที่ สมาคมไวยาวัจกรแห่งประเทศไทย ก็จะมีการจัดนักกฎหมายเข้าไปดำเนินการให้กับวัดที่เสียหาย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

“เรายอมรับว่าหลายวัดมีปัญหาคือไม่มีความรู้ทางด้านกฎหมาย ซึ่งทางเราจะมีการทำงานเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งศาสนายังเหมือนเดิมทุกอย่าง มันเป็นที่บุคคล จากที่สังเกต พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้แทบจะทุกคลิบจะมีการยืนขู่กดดัน แทบจะยืนค้ำหัวพระ ซึ่งจะต้องปรับวิธีการ ทนายและสื่อมวลชนที่ยังทำแบบนั้นต้องเลิกการกระทำทันที และเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาฯ ไม่สามารถนำพาเขาไปได้ ทุกอย่างมีขั้นตอน ซึ่งทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาและคณะพระปกครองต้องปรับการทำงานให้เข้มงวดและเร็วกระชับมากขึ้นเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดและข้อท้วงติดซึ่งจะนำมาถึงว่าทำไมหน่วยงานไม่ดำเนินการให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องมาถึงการนำมาสู่การเรียกร้องให้ยุบเถระสมาคม ยุบสำนักงานพระพุทธศาสนาด้วย” นายกสมาคมฯ ในฐานะทนายความให้ความเห็นปิดท้าย

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์