วันพุธ, มิถุนายน 24, 2026
หน้าแรกอุบัติเหตุนึกว่าคนขับจะหยุดแต่ไม่หยุด! ภาพสะท้อนคนไทย “ไร้วินัยจราจร”

นึกว่าคนขับจะหยุดแต่ไม่หยุด! ภาพสะท้อนคนไทย “ไร้วินัยจราจร”

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

นับเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์แล้ว สำหรับเคส “หมอกระต่าย” ที่จุดกระแสให้สังคมไทย ตื่นตัวกับเรื่องอุบัติเหตุและการพุ่งชนมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาแต่ละปีประเทศไทย พบความสูญเสียจากอุบัติเหตุมากกว่า 20,000 ราย โดย 6-8% เป็น “คนเดินถนน” ในจำนวนนี้ 1 ใน 4 เป็นคนเดินข้ามถนน ทั้งทางม้าลายและทางอื่นๆ เฉลี่ยแล้วตกประมาณปีละ 300-400 ราย บางปีอาจสูงถึง 500 ราย!. ต้องอุดรูโหว่สภาพเงื่อนไขที่ไม่ปลอดภัยด้วย.‘นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์’ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยภางถนน (ศวปถ.) สะท้อนปัญหาอุบัติเหตุจราจรคนเดินเท้าในเมืองใหญ่ ระบุว่า แบบแผนสำคัญของการเกิดเหตุ คือ (1) กายภาพที่ไม่ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญญาณและไฟ จุดบอดของการข้ามม้าลายที่มีหลายช่องทาง มีจุดบดบังสายตาเวลาข้าม (2) คนขับมาเร็ว ฝ่าฝืน พวกฝ่าฝืนและมักมาชนเบอร์แรกเป็นมอเตอร์ไซด์ (3) คนข้ามเองไว้ใจทางม้าลาย นึกว่าคนขับจะหยุดแต่ไม่หยุด รวมถึงการโดนเบี่ยงเลนความสนใจจากการใช้มือถือ เป็นต้น.เรายังพบด้วยว่า จากการศึกษาของต่างประเทศพวกที่ฝ่าฝืนกฎหมายจราจรมีเพียง 1 ใน 3 แต่ในบ้านเราพบผู้ฝ่าฝืน 50:50 ซึ่งเคสเจอคนชะลอข้างหน้า และปัดออกขวาทันทีโดยไม่คิดว่า ต้องหยุดรถให้คนข้ามถนนนั้น จำเป็นต้องมีระบบหรือองค์กรหรือหน่วยจัดการ แก้ปัญหาที่ต้นทาง คือท้องถิ่นและภาครัฐอย่างศูนย์ถนน ต้องมีกำกับนโยบายลงมาทำให้ไม่เกิดความสูญเสีย สิ่งเหล่านี้เป็นหลักพื้นฐาน ดังนั้น อย่าโทษแต่คนอย่างเดียว เราต้องอุดรูโหว่สภาพเงื่อนไขที่ไม่ปลอดภัยด้วย.▪️ คนไทยเดินถนนถูกรถชนเสียชีวิต ปีละเกือบ 500 เจ็บ 40,000 .‘นพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย’ ผู้เชี่ยวชาญในคณะที่ปรึกษาขององค์การอนามัยโลก ด้านการป้องกันการบาดเจ็บ เสริมว่า ความสูญเสียในกลุ่มเปราะบางทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ คนขี่รถจักรยานยนต์ คนเดินเท้า คนขี่จักรยาน ของไทยรวม 92.66% ซึ่งสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก ในแต่ละปีจะมีคนเดินถนนถูกรถชนเสียชีวิต เกือบ 500 คน บาดเจ็บ 40,000 คน เคสเหล่านี้กว่าครึ่งถูกมอเตอร์ไซค์ชน .ทั้งนี้ ภาพเจ็บตายบนยอดภูเขาน้ำแข็งนั้น มีปัญหาสำคัญอยู่ข้างใต้ คือ 1) ทัศนคติของคนไทย ไม่ได้มองคนเดินถนน อยู่ในสายตาของผู้บริหารและคนขับรถยนต์ 2) นิสัยคนไทยคุ้นเคยชินกับการขับรถเร็ว 3) ทางม้าลายที่ใช้กันอยู่ยังไม่ได้มาตรฐาน เส้นไม่ชัด กายภาพถนนต้องมีอุปกรณ์สร้างความปลอดภัยมากกว่านี้ เช่น ไฟสัญญาณให้คนข้าม 4) การจอดรถให้คนข้ามบนทางม้าลาย ไม่ใช่วัฒนธรรมของคนไทย ทางม้าลายยังไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยของคนเดินข้ามถนน ทางม้าลายที่เป็น Safe Zone ยังไม่มีในไทย 5) การบังคับใช้กฎหมายบ้านเรายังหย่อนยานอยู่มาก.▪️ ต้องผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด.ด้าน หมอเจี๊ยบ – ‘พญ.ลลนา ก้องธรนินทร์’ ในฐานะกลุ่มเพื่อนหมอกระต่ายและเป็นประชาชนคนหนึ่ง สะท้อนว่าปัญหาจราจรมีมานานและยังแก้ไขไม่ได้ ซึ่งจะทำให้คนเสียชีวิตมากขึ้น วันนี้เราตื่นตัวเพราะคนที่เสียชีวิตเป็นเพื่อนเรา ประกอบกับตัวเองเป็นหมอห้องฉุกเฉิน ที่เจอเคสมากกว่า 8 เคสในแต่ละวัน มองว่าข้อมูลวันนี้มีความสมบูรณ์มาก ควรต้องมีการผลักดันให้เกิดรูปธรรมให้เร็วที่สุด แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครเฝ้าระวัง และตามดูการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดต่อเนื่อง รวมถึงการแก้ไขปัญหาทางม้าลายที่ไม่ปลอดภัย .“เรามีการจัดการหลังเกิดเหตุ เช่น ทาสี ติดตั้งไฟสัญญาณ ซึ่งไม่มั่นใจหากกระแสซาลง จะยังคงมีการปรับปรุงต่อหรือไม่ คงต้องอาศัยความรู้จากวิศวกรที่จะทำให้ทางม้าลายปลอดภัย ตามหลักวิศวกรรมจราจรด้วย ซึ่งต้องมีอีกหลายองค์ประกอบมากกว่าการทาสีและติดตั้งไฟ” หมอเจี๊ยบ กล่าว.▪️ กฎหมายบังคับคนได้ตลอดไป มากกว่ากระแสสังคมที่อาจจะซาลง.ทั้งนี้ เชื่อมั่นในพลังของแพทยสภา และกลุ่มหมอที่ร่วมกันลุกขึ้นมาเรียกร้อง ยื่นเรื่องต่อรัฐบาลให้เกิดทางม้าลายที่ปลอดภัย อย่างไรก็ดี ต้องการให้มีการปรับปรุงกฎหมายให้บังคับโทษสถานหนัก เพราะเป็นสิ่งที่บังคับคนได้ตลอดไป มากกว่ากระแสสังคมที่อาจจะซาลง และไม่อยากให้ทุกเรื่องในประเทศไทย เป็นภาระของประชาชน เพราะรัฐบาลไม่สามารถดูแลประชาชนตนเองได้ .ตอนนี้กลุ่มเพื่อนกระต่าย รามา 42 อยากผลักดันด้านกฎหมายและกายภาพทางม้าลาย โดยได้เริ่มให้ประชาชนลงชื่อผ่าน Change เพื่อยื่นเรื่องต่อรัฐบาล ให้พัฒนาปรับปรุงกายภาพทางม้าลายให้ปลอดภัยอย่างแท้จริง มีกฎหมายบังคับใช้ในทางม้าลายอย่างเข้มงวด และบังคับใช้กฎหมายและลงโทษผู้ขับขี่อย่างจริงจัง

#เอมหาชัย
#เอมหาชัยhttps://www.kochasrinews.com
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์