ปทุมธานี ตร.รวบหนุ่มวัย 54 ชิงเงินธนาคารกว่า 1.17 ล้าน อ้างนำใช้หนี้นอกระบบ พบประวัติเคยปล้นรถขนเงินอยุธยา
ปทุมธานี – ตำรวจสืบสวน สภ.คลองหลวง ร่วมกับตำรวจสืบสวน ภ.1 และตำรวจสืบสวนจังหวัดปทุมธานี ตามรวบผู้ต้องหาวัย 54 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนบุกชิงทรัพย์ธนาคารในพื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กวาดเงินสดกว่า 1.17 ล้านบาท ก่อนหลบหนีไปกบดานในรีสอร์ท เจ้าหน้าที่แกะรอยจากกล้องวงจรปิดและระบบ GPS จนสามารถติดตามจับกุมตัวได้ เจ้าตัวอ้างนำเงินไปใช้หนี้และให้ลูกสาวนำไปชำระหนี้นอกระบบ ขณะที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เตรียมสอบสวนขยายผลอย่างละเอียด
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 11 กันยายน 2569 พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รอง ผกก.สส.สภ.คลองหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.คลองหลวง นำตัว นายสายฟ้า อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารในพื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มาสอบสวน หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ภ.1 ตำรวจสืบสวนจังหวัดปทุมธานี และตำรวจสืบสวน สภ.คลองหลวง ร่วมกันติดตามจับกุมตัวได้
จากการตรวจสอบของทางธนาคาร พบว่าเงินที่คนร้ายได้ไปมีจำนวน 1,176,239.08 บาท นอกจากนี้ คนร้ายยังใช้รถเก๋งสีขาว ซึ่งเป็นรถเช่าในการหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามเส้นทางจากระบบ GPS ของรถ รวมถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่าง ๆ จนสามารถแกะรอยติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้
ด้าน พ.ต.อ.วิษณุรักษ์ พรหมเมศร์ รอง ผบก.จ.ปทุมธานี (รรท.ผกก.สภ.คลองหลวง) เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ส่วนรถเก๋งสีขาวที่ใช้ก่อเหตุ ผู้ต้องหาได้นำไปจอดไว้บริเวณซอยเทพกุญชร ซอย 10 ซึ่งเป็นจุดใกล้เคียงกับบริเวณที่นำรถไปเผาทิ้ง
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาได้มาดูลาดเลาบริเวณดังกล่าวหลายวันก่อนลงมือก่อเหตุ อีกทั้งยังพบประวัติว่าเคยก่อเหตุ ปล้นรถขนเงินในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีประวัติคดีลักทรัพย์ที่ สภ.คลองหลวง
สำหรับรถเก๋งสีขาวที่ใช้ก่อเหตุ ผู้ต้องหาเช่ามาตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามข้อมูลจากระบบ GPS และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ใช้หลบหนีอย่างต่อเนื่อง
ส่วนเงินสดจำนวนกว่า 1.17 ล้านบาทที่ได้จากการก่อเหตุ ผู้ต้องหาให้การอ้างว่าได้นำเงินไปใช้หนี้ทั้งหมด และบางส่วนให้ลูกสาวนำไปชำระหนี้นอกระบบ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด และอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงสอบสวนว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่
ขณะที่รถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน สงขลา ผู้ต้องหาอ้างว่าซื้อมาจากเพจแห่งหนึ่งในราคา 30,000 บาท โดยเป็นรถที่หลบหนีไฟแนนซ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรายละเอียดและที่มาของรถคันดังกล่าวต่อไป
ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหานำรถเก๋งสีขาวไปเผาทิ้งนั้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจมีเจตนาเพื่อทำลายหลักฐาน และเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามตัว
สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นเพียงปืนปลอม และหลังเกิดเหตุได้นำไปโยนทิ้งแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงติดตามหาอาวุธดังกล่าวเพื่อประกอบสำนวนคดี
เบื้องต้นผู้ต้องหาอ้างว่า ก่อเหตุเพียงคนเดียว ขณะที่เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ต้องหามีบาดแผลถูกไฟไหม้บริเวณใบหน้าด้านซ้าย ท่อนแขนด้านซ้าย และลำคอ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนถึงสาเหตุและลำดับเหตุการณ์อย่างละเอียด
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำนายสายฟ้าอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางเงิน รวมถึงขยายผลหาผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
