วันเสาร์, สิงหาคม 15, 2026
หน้าแรกทั่วไปรองนายกฯ“ศุภจี” ลุยบ้านแพ้ว เร่งตั้งล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม แก้ปัญหาทุกมิติ เชื่อมตลาด–แปรรูป–เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ เพิ่มอำนาจต่อรองเกษตรกร

รองนายกฯ“ศุภจี” ลุยบ้านแพ้ว เร่งตั้งล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม แก้ปัญหาทุกมิติ เชื่อมตลาด–แปรรูป–เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ เพิ่มอำนาจต่อรองเกษตรกร

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

วันที่ 15 สิงหาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ติดตามความคืบหน้าการจัดตั้ง “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” ณ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากเกษตรกร ผู้ประกอบการ และหน่วยงานในพื้นที่ โดยมีนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 2 นายปัญญา ชวนบุญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 4 หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และผู้แทนเกษตรกร เข้าร่วม
นางศุภจี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการรับฟังปัญหาจากเกษตรกรโดยตรง เนื่องจากสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน ทั้งผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ราคาที่ผันผวน การบริหารจัดการล้ง การตลาด และการแปรรูป จึงจำเป็นต้องบูรณาการทุกหน่วยงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ที่ผ่านมา ช่วงที่ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมออกสู่ตลาดจำนวนมาก ราคามะพร้าวเคยลดลงเหลือเพียงลูกละ 2–3 บาท ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งดำเนินมาตรการดูดซับผลผลิต เชื่อมโยงตลาด และติดตามการประกอบธุรกิจของผู้รวบรวมและผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน ราคามะพร้าวน้ำหอมเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยข้อมูล ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เกษตรกรขายหน้าสวนได้ประมาณ 9–10.50 บาทต่อลูก และล้งรับซื้อประมาณ 10.50–12 บาทต่อลูก ซึ่งอยู่ในระดับที่พอรับได้ แต่กระทรวงพาณิชย์ยังต้องเฝ้าระวังไม่ให้ราคาปรับตัวลดลงรุนแรงในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก
สำหรับปี 2569 คาดว่าประเทศไทยจะมีผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมประมาณ 475 ล้านลูก เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 จากปีก่อน และในช่วงเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน อาจมีผลผลิตสูงถึง 1.7–2 ล้านลูกต่อวัน ขณะที่พื้นที่บ้านแพ้วและพื้นที่โดยรอบ อาจมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดประมาณ 400,000 ลูกต่อวัน จึงต้องเตรียมแผนบริหารจัดการตลาดล่วงหน้า กระทรวงพาณิชย์จึงวางมาตรการทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว โดยจะเร่งเชื่อมโยงมะพร้าวน้ำหอมจากแหล่งผลิตไปยังตลาดปลายทาง ทั้งห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน สถานที่ราชการ และโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อเพิ่มการบริโภคภายในประเทศและช่วยดูดซับผลผลิต ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะเร่งขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตะวันออกกลาง ยุโรป และตลาดที่มีศักยภาพ ทั้งมะพร้าวน้ำหอมสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง
ส่วนมาตรการระยะกลางและระยะยาว จะเร่งจัดตั้ง “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” เพื่อให้เกษตรกรสามารถรวบรวม คัดแยก แปรรูป และกระจายผลผลิตได้ด้วยตนเอง เพิ่มอำนาจต่อรองด้านราคา ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง และเพิ่มส่วนแบ่งรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรและชุมชน ขณะนี้มีวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร และผู้สนใจสมัครเข้าร่วมจัดตั้งล้งชุมชนแล้ว 12 ราย ใน 6 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา และสงขลา
นางศุภจี ย้ำว่า การแก้ปัญหามะพร้าวน้ำหอมไม่สามารถดำเนินการโดยกระทรวงพาณิชย์เพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องบูรณาการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ตั้งแต่การดูแลสวน ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพ การรวบรวม คัดแยก แปรรูป ไปจนถึงการตลาดและการส่งออก เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน ต่อไป…. 

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์