
บุกโกดังบุหรี่ไฟฟ้าข้ามชาติย่านแพรกษา ยึดของกลางกว่า 20,000 ชิ้น มูลค่า 200 ล้าน ตำรวจชี้เงินหมุนเวียนวันละล้าน เตรียมขยายผลฟอกเงินสาวถึงต้นตอเครือข่ายออนไลน์รายใหญ่
เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 28 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังบุกทลายโกดังลักลอบเก็บบุหรี่ไฟฟ้าเครือข่ายออนไลน์รายใหญ่ ย่านถนนแพรกษา ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ยึดของกลางได้มากกว่า 20,000 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท พร้อมเตรียมขยายผลยึดทรัพย์และดำเนินคดีฐานฟอกเงิน หลังพบยอดเงินหมุนเวียนสะพัดกว่าวันละ 1 ล้านบาท
ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้สนธิกำลังร่วมกับชุดสืบสวนนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจค้นโกดังดังกล่าว หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านเว็บไซต์ โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้วิธีการล่อซื้อและสะกดรอยติดตาม จนกระทั่งพบแหล่งพักสินค้าขนาดใหญ่แห่งนี้
พล.ต.อ.นิรันดร เปิดเผยว่า สินค้าที่ยึดได้ทั้งหมดเป็นสต็อกที่เตรียมไว้สำหรับการจำหน่ายทางออนไลน์ ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติการซื้อขายในระบบคอมพิวเตอร์ พบว่ามีเงินหมุนเวียนในแต่ละวันจำนวนนับล้านบาท ทั้งนี้ บุหรี่ไฟฟ้ายังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งมีความผิดทั้งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ประกาศกระทรวงพาณิชย์ และ พ.ร.บ.ยาสูบ “บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กและเยาวชน การปราบปรามอย่างเด็ดขาดจึงเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี สำหรับของกลางที่พบเบื้องต้นมีประมาณ 20,000 ชิ้น ซึ่งตำรวจจะขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและยานพาหนะที่เกี่ยวข้อง เราไม่ได้จับแล้วจบแค่นี้ แต่จะมีการขยายผลและนำมาตรการยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงินมาบังคับใช้ร่วมด้วย เพื่อสาวให้ถึงต้นตอมากที่สุด” รอง ผบ.ตร. กล่าว
รอง ผบ.ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยไม่มีโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าเนื่องจากเป็นสิ่งผิดกฎหมาย สินค้าทั้งหมดจึงถูกลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งแม้ในบางประเทศจะเป็นสินค้าควบคุมที่สามารถซื้อขายได้ แต่สำหรับประเทศไทยถือว่าผิดกฎหมาย โดยจะต้องสืบสวนต่อไปว่ามีการลักลอบนำเข้ามาทางช่องทางใด รวมถึงผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อคนเดินทางหรือผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ ซึ่งหากมีสารเสพติดหรือเข้าข่ายความผิด ก็ต้องถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ยาสูบ เช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ พล.ต.อ.นิรันดร ยังระบุทิ้งท้ายว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมานั้น ทางศูนย์ฯ ขอยืนยันว่าจะดำเนินการกวาดล้างและปราบปรามอย่างจริงจังในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หากได้รับเบาะแสไม่ว่าจะเป็นรายย่อยหรือรายใหญ่ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล หรือต่างจังหวัด จะเร่งดำเนินการจับกุมทันที
*********************************************
วิวรรธน์ สมุทรปราการ








