ตำรวจภูธรภาค 7 แถลงผลการทะลายแก๊งเครือข่ายสแกมเมอร์ หลายพื้นที่ระดมกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จับกุมได้จำนวน 561 คดี ขานรับนโยบายการปราบปรามครั้งใหญ่และเตรียมระบบการป้องกันประชาชนตกเป็นเหยื่อ
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบชภ.7 พร้อมด้วย นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รองผบช.ภ. 7, พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ร่วมแถลงผลการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตำรวจภูธรภาค 7 ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม ถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 (รวม 7 วัน) โดยมีเป้าหมาย 7 ด้านในการสืบสวนโดยผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จับกุมได้จำนวน 561 คดี ประกอบด้วย คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สำคัญจำนวน 4 คดี คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 14 ประเภท จำนวน 195 คดี ซิมผี บัญชีม้า ตาม พ.ร.ก.มาตรการฯ จำนวน 38 คดี การจับกุมMoney Cash Back จำนวน 28 คดี เป้าหมายจาก War Room (ใหม่) จำนวน 2 คดี และคดีทางเทคโนโลยีอื่นๆ จำนวน 294 คดี
พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ7 กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องของกระบวนการแก๊งค์สแกรมเมอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทางรัฐบาลได้หยิบยกมาเป็นวาระใหญ่ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการอย่างเข้มงวดและจริงจัง โดยตอนนี้ตำรวจภูธรภาค7ได้มีการขอรับนโยบายจากรัฐบาล โดยมีการประสานงานและความร่วมมือกันหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ภาคเอกชนเช่นธนาคาร และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีการบูรณาการในการป้องกันและติดตามจับกุมแก๊งดังกล่าวให้จบสิ้น โดยนับจากนี้จะมีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการดำเนินการ และขอเตือนให้ประชาชนใช้สติ ในการรับฟังข้อมูลหรือหลงเชื่อ









