คณะสงฆ์หนกลาง ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
วันที่ 27 กรกฎาคม 2568 ที่บริเวณลานหน้าพระศรีศากยะทศพลญาณประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ พุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง นำคณะพระสงฆ์ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลาง กว่า 3,000 รูป ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยมีนายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายอินทพร จั่นเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, นายปรีชา ดิลกพรเมธี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม, นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมในพิธีในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก
สำหรับ “นวัคคหายุสมธัมม์” (นะ-วัก-คะ-หา-ยุ-สะ-มะ-ทำ) แปลว่า ธรรมที่เสมอด้วยอายุแห่งการกำหนดด้วยองค์เก้าหรือธรรมเป็นเครื่องเสมออายุด้วยนพเคราะห์ ปกติจะนิยมสวดในการทำบุญอายุตามหลักทางโหราศาสตร์ แต่นัยสำคัญ หากแต่เป็นการสอดแทรกหลักธรรมอยู่ภายใน มุ่งหวังการนำไปปฏิบัติมากกว่า เป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (สา ปุสฺสเทว) สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปฐมเจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ที่รวบรวมพระธรรมต่างๆ ในหลายพระสูตร อันมีข้อธรรมเท่าจำนวนเกณฑ์กำลังเทวดานพเคราะห์ตามหลักโหราศาสตร์ไทย โดยทรงนิพนธ์บทขัดตำนานสำหรับพระธรรมบทนั้นด้วย เมื่อคราวบำเพ็ญพระกุศลฉลองพระชันษาครบ 50 ปี ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ เมื่อปี 2412 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) นวัคคหายุสมธัมม์ ที่ทรงนิพนธ์ขึ้นใหม่นี้ ใช้เจริญพระพุทธมนต์ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา โดยให้โหรบูชาเชิญเทวดานพเคราะห์มาฟังสวดพระพุทธมนต์ทีละองค์ และให้พระสงฆ์ สวดพระธรรมสำหรับเทวดาองค์นั้น สวดสลับกันไปกับโหรบูชา มีข้อความเป็นภาษาบาลี เมื่อแปลแล้วจะได้หัวข้อธรรม ในเนื้อหาและข้อธรรมส่วนใหญ่ในบทเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ มุ่งเน้นคุณธรรมที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ ควรประพฤติให้เกิดมีในตน และชักนำให้บุคคลเข้าสู่เขตบุญพุทธศาสนา











