รูปภาพจาก Reuters
ปักกิ่ง – รัฐบาลจีนโดยนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แสดงความพร้อมในการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา โดยเน้นบทบาท “เป็นกลางและเป็นธรรม” เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข้อเสนอของจีนมีขึ้นหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารสองฝ่ายบริเวณชายแดนจังหวัดพระวิหารและอุบลราชธานี เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งแม้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่เหตุการณ์สร้างความตึงเครียดในพื้นที่และก่อให้เกิดความวิตกกังวลด้านความมั่นคง
นายหวัง อี้ กล่าวระหว่างการเยือนเวียงจันทน์ ประเทศลาว ว่า “จีนหวังเห็นเพื่อนบ้านของตนรักษาความสงบและแก้ไขความขัดแย้งผ่านการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ จีนพร้อมให้ความช่วยเหลือหากทั้งสองฝ่ายร้องขอ โดยจะยึดมั่นในหลักการไม่แทรกแซงและเคารพอธิปไตยของทั้งไทยและกัมพูชา”
ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศของไทยและกัมพูชายังไม่มีท่าทีตอบรับหรือปฏิเสธข้อเสนอจากจีนในขณะนี้ แต่แหล่งข่าวทางการทูตระบุว่า ทั้งสองประเทศอยู่ระหว่างพิจารณาทางเลือกในการจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อคลี่คลายสถานการณ์
ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะบริเวณใกล้ปราสาทพระวิหาร เคยนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารมาแล้วหลายครั้งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยจีนเคยมีบทบาทในการส่งเสริมการเจรจาในปี 2554 และได้รับการยอมรับในระดับหนึ่งจากทั้งสองฝ่าย
สถานการณ์ในปัจจุบันแม้ยังอยู่ในระดับ “ความตึงเครียดต่ำ” แต่ความพยายามของจีนในการเป็นตัวกลางสะท้อนบทบาทเชิงรุกของปักกิ่งในภูมิภาค และอาจเป็นบททดสอบสำคัญต่อภาพลักษณ์ของจีนในฐานะผู้ส่งเสริมสันติภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้








