รัฐบาลเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ด้วยวงเงินรวม 3.78 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นงบประมาณที่สูงที่สุดในรอบ 7 ปี เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 27,900 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.7% โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เสริมสร้างความมั่นคง และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ
โครงสร้างงบประมาณปีนี้ประกอบด้วย รายจ่ายประจำจำนวน 2.65 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 70% ของงบทั้งหมด), รายจ่ายลงทุน 860,000 ล้านบาท (22.7%), รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 151,200 ล้านบาท (4%) และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังอีก 123,541 ล้านบาท (3.3%) โดยรัฐบาลตั้งเป้ารายได้สุทธิไว้ที่ 2.92 ล้านล้านบาท ส่งผลให้งบประมาณปีนี้มีการขาดดุล 860,000 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน
การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ในวาระแรกมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–31 พฤษภาคม 2568 ณ สภาผู้แทนราษฎร โดยฝ่ายรัฐบาลแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถผ่านการพิจารณาได้อย่างราบรื่น เนื่องจากเป็นงบประมาณที่มีเป้าหมายชัดเจนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสนับสนุนการลงทุนภาครัฐ
ขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านและภาคประชาชนได้ตั้งข้อสังเกตต่อการจัดสรรงบประมาณในบางโครงการของรัฐสภา เช่น งบประมาณสำหรับการปรับปรุงศาลาแก้ว การจัดทำจิตรกรรมฝาผนัง และพิพิธภัณฑ์รัฐสภา ซึ่งถูกมองว่าอาจไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและความจำเป็นเร่งด่วนของประเทศในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่า งบประมาณปี 2569 จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เพิ่มโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเสริมความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งยังแสดงความพร้อมในการรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายเพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
ขอบคุณรูปภาพจาก ไทยรัฐออนไลน์








