นายกฯ มาเลเซียปูทางสู่การเจรจาสันติภาพเมียนมา หวังสร้างจุดเริ่มพูดคุยครั้งแรกระหว่างกองทัพกับรัฐบาลพลัดถิ่น
กัวลาลัมเปอร์, 22 พฤษภาคม 2568 – นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม เผยถึงความคืบหน้าครั้งสำคัญในการวางรากฐานสำหรับการเจรจาระหว่างกองทัพเมียนมากับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ซึ่งอาจเป็นการพบปะพูดคุยกันครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดรัฐประหารในปี 2564 ที่นำไปสู่สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อ
นายอันวาร์ เปิดเผยว่า ได้มีการหารือแยกกับทั้งสองฝ่ายในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยได้พบกับ พลเอกอาวุโส มิน ออง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาอย่างไม่เปิดเผยในกรุงเทพฯ และต่อมาได้พูดคุยผ่านช่องทางออนไลน์กับตัวแทนของ NUG ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวมอดีตสมาชิกจากรัฐบาลพลเรือนของออง ซาน ซูจี ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
“ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนเมียนมาต้องตัดสินใจอนาคตของตนเอง และทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องเปิดใจพูดคุยกันโดยตรง” นายอันวาร์ กล่าวที่เมืองปูตราจายา
แม้กองทัพเมียนมายังไม่แสดงท่าทีชัดเจนต่อข้อเสนอการเจรจา แต่ NUG ยืนยันความพร้อมเข้าสู่โต๊ะเจรจา หากฝ่ายทหารยอมรับเงื่อนไข 6 ข้อ ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งสหภาพประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ลดบทบาทของทหารลง และการสร้างกระบวนการยุติธรรมในช่วงเปลี่ยนผ่าน
นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้โอกาสที่กองทัพจะยอมรับข้อเสนอเหล่านี้ยังริบหรี่ แต่การริเริ่มของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ ถือเป็นก้าวแรกที่มีนัยสำคัญทางการเมืองในระดับภูมิภาค
นอกจากนี้ นายอันวาร์ยังเรียกร้องให้มีการขยายเวลาหยุดยิงชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเมียนมาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งคร่าชีวิตไปกว่า 3,800 คน โดยมองว่านี่อาจเป็น “หน้าต่างแห่งโอกาส” สำหรับกระบวนการสันติภาพในอนาคต
ด้านนายจอร์จ เยียว อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ และที่ปรึกษานายอันวาร์ ระบุว่า “การหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมไม่เพียงมีคุณค่าของมันเอง แต่ยังอาจเป็นก้าวแรกของการปรองดองอย่างแท้จริงในเมียนมา”
ความพยายามของมาเลเซียจะถูกหยิบยกเป็นหัวข้อสำคัญในการประชุมสุดยอดอาเซียนสัปดาห์หน้า ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยมีการหารือเฉพาะเรื่องเมียนมาก่อนการเปิดประชุมอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลทหารจะประกาศขยายเวลาหยุดยิงหลังการหารือดังกล่าว แต่ก็ยังคงมีรายงานการปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว องค์การอาเซียนยืนยันจะผลักดันให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง เพื่อให้การเจรจาอย่างแท้จริงเกิดขึ้นได้
ขณะเดียวกัน กองทัพเมียนมามีแผนจัดการเลือกตั้งในเดือนธันวาคมนี้ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพียง “การเลือกตั้งเพื่อคงอำนาจ” ไม่ใช่เครื่องมือแก้ไขความขัดแย้ง
“การเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หากปราศจากการเจรจาอย่างแท้จริง การเลือกตั้งย่อมไร้ซึ่งความชอบธรรม” นายสิหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยกล่าว
เรียบเรียงโดย วณิชชา สุมานัส
ที่มา: สำนักข่าวรอยเตอร์
เผยแพร่โดย: Kochasri News Agency






